<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Nathan Stewart, Author at HRDS (Thailand) Ltd.</title>
	<atom:link href="https://hrdsthailand.co.th/author/wordpress/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://hrdsthailand.co.th/author/wordpress/</link>
	<description>หลักสูตรฝึกอบรมการบริการที่เป็นเลิศโดยเฉพาะ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 07 Apr 2025 13:31:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/cropped-Logo-For-Site-Identity-32x32.webp</url>
	<title>Nathan Stewart, Author at HRDS (Thailand) Ltd.</title>
	<link>https://hrdsthailand.co.th/author/wordpress/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การอบรมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลลูกค้า</title>
		<link>https://hrdsthailand.co.th/customer-service-inspiration/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nathan Stewart]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Apr 2025 09:25:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อบรมการบริการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hrdsthailand.co.th/?p=3519</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาทีมงานในองค์กรให้เกิดแรงบันดาลใจในการดูแลลูกค้า และพัฒนาทักษะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการได้อย่างมืออาชีพ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้ในระยะยาว</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/customer-service-inspiration/">การอบรมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลลูกค้า</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading">การสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงานเพื่อการดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพ</h2>



<p>การสร้างแรงบันดาลใจในทีมงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พนักงานสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความมั่นใจและมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้า ในการฝึกอบรมทีมงานให้มีแรงบันดาลใจในการดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพนั้น มีแนวทางดังนี้:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>การสร้างค่านิยมในการบริการ</strong>: การปลูกฝังค่านิยมที่มุ่งเน้นการบริการและความสำคัญของลูกค้า จะช่วยให้พนักงานเข้าใจถึงความสำคัญของลูกค้าและการบริการ อีกทั้งยังช่วยให้พนักงานมีแนวทางที่ชัดเจนในการให้บริการลูกค้าและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์ต่าง ๆ</li>



<li><strong>การฝึกอบรมด้าน<a href="https://hrdsthailand.co.th/serviceexcellencepsychology/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">จิตวิทยาเกี่ยวกับความคาดหวังและพฤติกรรมลูกค้า</a></strong>:ความรู้ ความเข้าใจในความคาดหวังและพฤติกรรมของลูกค้าถือเป็นปัจจัยสำคัญพื้นฐานที่จะช่วยให้พนักงานสามารถพนักงานสามารถปฏิบัติตนและปฏิบัตงานด้วยความถูกต้องและมั่นใจ ทั้งในขณะที่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า และในขณะที่ประสานงานเบื้องหลังเพื่อส่งมอบสิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง</li>



<li><strong>การมีระบบรางวัลและการยกย่อง</strong>: การมีระบบการให้รางวัลและการยกย่องพนักงานที่ทำงานได้ดีจะช่วยกระตุ้นความมุ่งมั่นและเพิ่มแรงบันดาลใจให้พนักงานทำงานได้ดีขึ้น</li>



<li><strong>การส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นทีม</strong>: การพัฒนาทักษะการประสานงานและการทำงานเป็นทีมจะช่วยให้พนักงานสามารถทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น ซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อการบริการลูกค้าแล้ว ยังช่วยให้เกิดบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมแรงจูงใจในองค์กรอีกด้วย</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-full"><a href="https://hrdsthailand.co.th/serviceexcellencepsychology/" target="_blank" rel=" noreferrer noopener"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="844" height="565" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2023/12/Course1-ServicePsychology.png" alt="หลักสูตรอบรม จิตวิทยาการบริการที่เป็นเลิศ" class="wp-image-1313" srcset="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2023/12/Course1-ServicePsychology.png 844w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2023/12/Course1-ServicePsychology-300x201.png 300w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2023/12/Course1-ServicePsychology-768x514.png 768w" sizes="(max-width: 844px) 100vw, 844px" /></a><figcaption class="wp-element-caption">หลักสูตรอบรมการบริการ &#8211; จิตวิทยาการบริการที่เป็นเลิศ</figcaption></figure>



<h2 class="wp-block-heading">พัฒนาทักษะการดูแลลูกค้าแบบองค์รวมเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน</h2>



<p>การพัฒนาทักษะการดูแลลูกค้าในรูปแบบองค์รวมจะช่วยให้พนักงานสามารถมองลูกค้าในมุมที่กว้างขึ้น และเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าในทุกๆ ด้าน เช่น ความพึงพอใจ, ความคาดหวัง, และความรู้สึกที่ลูกค้าต้องการจากบริการนั้น ๆ ซึ่งสามารถทำได้ผ่านขั้นตอนต่างๆ ดังนี้:</p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>ทักษะการสื่อสารที่ดี</strong>: การสื่อสารที่ดีจะช่วยให้พนักงานขององค์กรเข้าใจถึงปัญหาและความต้องการของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งและสามารถส่งมอบการบริการที่ตรงใจหรือเกินความคาดหวังของลูกค้าได้</li>



<li><strong>การมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า</strong>: พนักงานชององค์กรต้องสามารถร่วมกันสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผ่านการให้บริการที่ตรงจุดและมีความเอาใจใส่ทุกครั้ง</li>



<li><strong>การพัฒนาแนวทางการบริการที่สม่ำเสมอ</strong>: ความสม่ำเสมอในการบริการเป็นสิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง การมีแนวทางมการบริการที่เป็นมาตรฐานชัดเจนจะช่วยให้การดูแลลูกค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ</li>



<li><strong>การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์</strong>: พนักงานต้องมีความรู้ สามารถในการให้ข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์แก่ลูกค้า เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ</li>
</ol>



<h2 class="wp-block-heading">การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าในองค์กร</h2>



<p>การสร้างความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับลูกค้าเป็นปัจจัยที่สำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการ:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>การให้บริการที่เหนือความคาดหมาย</strong>: หากลูกค้าได้รับการบริการที่ดีกว่าที่คาดหวัง พวกเขาจะรู้สึกถึงคุณค่าของบริการและจะกลับมาใช้บริการอีก และลูกค้าที่กลับมาใช้บริการด้วยความพึงพอใจนั้น จะทำให้พนักงานในองค์กรทำงานง่ายขึ้น พัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น</li>



<li><strong>การติดตามผลหลังการบริการ</strong>: การติดตามผลหลังการให้บริการถือเป็นการแสดงออกซึ่งความใส่ใจที่องค์กรมีต่อลูกค้า ซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า และยังช่วยให้สามารถปรับปรุงการบริการในอนาคตได้</li>



<li><strong>การดูแลลูกค้าแบบเจาะจง</strong>: เมื่อพนักงานและลูกค้ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พนักงานก็จะสามารถนำข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการ ความชอบ ความไม่ชอบส่วนตัวของลูกค้าแต่ละคนมาใช้ในการบริการได้ในลักษณะเจาะจง ซึ่งจะทำให้ลูกค้ายิ่งเกิดความผูกพันธ์กับองค์กรมากยิ่งขึ้นไปอีก</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading">การเสริมทักษะการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าด้วยการฝึกอบรมพนักงาน</h2>



<p>การจัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าจะช่วยให้พนักงานสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตรฝึกอบรมที่มีคุณภาพสามารถเสริมสร้างทักษะต่างๆ ได้ดังนี้:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong><a href="https://hrdsthailand.co.th/servicecommunications/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ทักษะการสื่อสารเชิงลูกค้าสัมพันธ์</a></strong>: การมีทักษะที่ดีในการใช้สำนวน น้ำเสียง และภาษาท่าทางที่ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกเชิงบวกและลดแรงต่อต้านจะช่วยให้พนักงานเกิดความมั่นใจในการทำงานมากขึ้น</li>



<li><strong>ทักษะการฟังอย่างตั้งใจ</strong>: ฟังอย่างมีสมาธิและแสดงความสนใจในการพูดของลูกค้า</li>



<li><strong><a href="https://hrdsthailand.co.th/customerproblemshandling/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การจัดการกับข้อร้องเรียน</a></strong>: การสอนวิธีการจัดการกับข้อร้องเรียนของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพและสุภาพ</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-full"><a href="https://hrdsthailand.co.th/servicecommunications/" target="_blank" rel=" noreferrer noopener"><img decoding="async" width="845" height="565" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2023/12/Course02-ServiceCommunication.png" alt="Customer Service Communication Training" class="wp-image-371" srcset="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2023/12/Course02-ServiceCommunication.png 845w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2023/12/Course02-ServiceCommunication-300x201.png 300w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2023/12/Course02-ServiceCommunication-768x514.png 768w" sizes="(max-width: 845px) 100vw, 845px" /></a><figcaption class="wp-element-caption">หลักสูตรฝึกอบรมการบริการ &#8211; หลักการสื่อสารลูกค้าสัมพันธ์</figcaption></figure>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p>การอบรมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลลูกค้าเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการลูกค้า การฝึกอบรมให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความคาดหวังและจิตวิทยาเกี่ยวับพฤติกรรมของลูกค้า รวมถึงทักษะในการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าจะช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีและกลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง องค์กรที่มีการดูแลลูกค้าอย่างมืออาชีพจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับลูกค้า ในขณะเดียวกันก็ทำให้พนักงานทำงานได้ง่ายขึ้น เกิดแรงบันดาลใจในการทำงานบริการขึ้นแล้ว ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว</p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><a href="https://www.linkedin.com/in/nathan-stewart-08b37845/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ณธาร สติวรรธน์</a></strong></p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-palette-color-2-color">บริษัท เอชอาร์ดีเอส (ประเทศไทย) จำกัด</mark></strong></p>



<p style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.313), 18px);">HRDS (Thailand) Ltd.<br>สถาบันฝึกอบรมบุคลากรด้านการบริการโดยเฉพาะ<br>โทร. 02-869-1693 | 081-782-4546</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/customer-service-inspiration/">การอบรมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลลูกค้า</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ep 26 : บริการอย่างเป็นมิตร มิใช่ &#8220;เป็นกันเอง&#8221;</title>
		<link>https://hrdsthailand.co.th/ep-26-friendly-service/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nathan Stewart]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Feb 2024 00:14:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อบรมการบริการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hrdsthailand.co.th/?p=3250</guid>

					<description><![CDATA[<p>"บริการเป็นกันเอง" มาจากวลีภาษาอังกฤษที่ว่า "Friendly Service" ซึ่งถ้าจะแปลให้ถูกต้องก็ควรจะแปลว่า "บริการอย่างเป็นมิตร" แต่มีบางท่านได้แปลว่า "บริการเป็นกันเอง" อาจจะด้วยเป็นวลีที่ฟังดูสละสลวยกว่า แม้แต่ Google translate เองก็ยังแปลคำว่า "friendly" เป็นภาษาไทยว่า "เป็นกันเอง"</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-26-friendly-service/">Ep 26 : บริการอย่างเป็นมิตร มิใช่ &#8220;เป็นกันเอง&#8221;</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>จนถึงปัจจุบัน ยังมีความเข้าใจสับสนกันอยู่มากมายพอสมควรในการอบรมบุคลากรด้านบริการระหว่างคำว่า &#8220;เป็นมิตร&#8221; และ &#8220;เป็นกันเอง&#8221; ซึ่งเป็นเรื่องที่ถือเป็นการเสี่ยงมากสำหรับบุคลากรในการให้บริการลูกค้าด้วยความ &#8220;เป็นกันเอง&#8221; </p>



<p>ที่กล่าวมานี้มิได้หมายความว่าการที่บุคลากรให้บริการลูกค้าแบบ &#8220;เป็นกันเอง&#8221; นั้นไม่ถูกต้อง แต่ต้องการจะชี้ประเด็นว่า การบริการแบบ &#8220;เป็นกันเอง&#8221; นั้น มิได้เหมาะสมสำหรับองค์กรทุกระดับหรือทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในระดับกลางและระดับบน การบริการแบบ &#8220;เป็นกันเอง&#8221; นั้น ถือเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง</p>



<p>ก่อนอื่นขอชี้ที่มาที่ไปของ &#8220;บริการแบบเป็นกันเอง&#8221; ก่อน วลีนี้เกิดขึ้นเนื่องจากวิทยากรในยุคประมาณ 30-40 ปีที่แล้วซึ่งเป็นยุคแรก ๆ ที่มีการฝึกอบรมเกิดขึ้นในประเทศไทย วิทยากรในยุคนั้นก็มักจะเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ  ที่ได้รับเชิญมาเป็นวิทยากรในองค์กรต่าง ๆ ซึ่งมิได้มีความรู้ประสบการณ์ในการบริการโดยตรงแต่ท่านเหล่านั้นมีความสามารถในการถ่ายทอด จึงนำความรู้จากเอกสารตำราซึ่งเป็นภาษาอังกฤษเนื่องจากเขียนโดยชาวตะวันตกมาแปลเป็นภาษาไทยและถ่ายทอดให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานในองค์กรต่าง ๆ  </p>



<p>&#8220;บริการเป็นกันเอง&#8221; จึงมาจากวลีภาษาอังกฤษที่ว่า &#8220;Friendly Service&#8221; ซึ่งถ้าจะแปลให้ถูกต้องก็ควรจะแปลว่า &#8220;บริการอย่างเป็นมิตร&#8221; หรือ &#8220;บริการอย่างอบอุ่นเป็นมิตร&#8221; แต่มีวิทยากรบางท่านได้แปลว่า &#8220;บริการเป็นกันเอง&#8221; อาจจะด้วยเป็นวลีที่ฟังดูสละสลวยกว่า และก็ใช้กันติดหูติดปากมาจนปัจจุบัน แม้แต่ Google translate เองก็ยังแปลคำว่า &#8220;friendly&#8221; เป็นภาษาไทยว่า &#8220;<a href="https://www.google.com/search?q=friendly&amp;rlz=1C1ASRM_enTH788TH788&amp;oq=friendly&amp;gs_lcrp=EgZjaHJvbWUyCQgAEEUYORiABDINCAEQABiDARixAxiABDIHCAIQABiABDINCAMQLhivARjHARiABDIHCAQQABiABDIHCAUQABiABDIHCAYQABiABDIHCAcQABiABDINCAgQLhivARjHARiABDIHCAkQABiABNIBCzcyMTM4NWowajE1qAIAsAIA&amp;sourceid=chrome&amp;ie=UTF-8" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เป็นกันเอง</a>&#8221; ซึ่งน่าจะเป็นคำแปลที่ไม่ถูกต้องนักเนื่องจากภาษาถือเป็นวัฒนธรรม และในวัฒนธรรมอังกฤษที่เป็นเจ้าของภาษา หรือแม้แต่ชาวอเมริกันและชาวตะวันตกหลาย ๆ ประเทศนั้นไม่ได้มีค่านิยมเรื่องความเป็นกันเอง ซ้ำยังถือว่า &#8220;ความเป็นกันเอง&#8221; เป็นเรื่องที่ไม่ให้เกียรติกันอีกด้วย</p>



<p>อย่างไรก็ตามคำว่า &#8220;เป็นกันเอง&#8221; นั้น ให้ความหมายโดยนัยว่า &#8220;ไม่ถือตัว&#8221; ซึ่งผู้ที่จะสมควรจะปฏิบัตต่อผู้อื่นอย่างเป็นกันเองได้นั้น น่าจะต้องมีสถานภาพที่สูงกว่าผู้อื่น เช่น การที่แพทย์ในโรงพยาบาลเป็นกันเองกับพยาบาลและเจ้าหน้าปฏิบัติการในโรงพยาบาลนั้นจะดูเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่หากพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการจะปฏิบัติตนเป็นกันเองกับแพทย์ ก็น่าจะถือเป็นเรื่องไม่สมควร ในวัฒนธรรมไทยจะถือเป็นการ &#8220;ตีตนเสมอท่าน&#8221; </p>



<p>ดังนั้น หากขององค์กรใดมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอยู่ในระดับกลางและระดับบน เช่น โรงพยาบาลเอกชนต่าง ๆ ลูกค้าที่มาใช้บริการส่วนใหญ่นั้นมักจะมีสถานสูงกว่าบุคลากรเช่น ฐานะการเงิน ตำแหน่งหน้าที่การงาน และสภานภาพทางสังคม ซึ่งบุคลากรมิอาจทราบได้เสมอไปว่าลูกค้าแต่ละท่านที่มาติดต่อนั้นมีตำแหน่งหน้าที่การงานหรือสถานภาพทางสังคมอย่างไร การปฏิบัติต่อลูกค้าแบบ &#8220;เป็นกันเองนั้น&#8221; จึงถือเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง และมีลูกค้าร้องเรียนในเรื่องที่บุคลากรมิได้ปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความให้เกียรติอยู่มากมายหลายกรณี</p>



<p>การให้บริการแบบเป็นกันเองนั้นน่าจะเหมาะกับองค์กรที่ลูกค้าส่วนใหญ่มีสถานภาพในระดับทั่วไป เช่น โรงพยาบาลชองรัฐที่ให้บริการดูแลผู้ป่วยซึ่งเป็นประชมชนทั่วไป มีสถานภาพเป็นชาวบ้านระดับปกติ มีระดับการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งอาจจะมองว่าพยาบาลและเจ้าหน้าที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีนั้นจะถือตัว ดังนั้นการปฏิบัติต่อลูกค้าเหล่านี้ด้วยความเป็นกันเองก็อาจจะเป็นการน่าชื่นชมสำหรับลูกค้าระดับนี้ได้</p>



<p>ดังนั้นจึงอยากขอให้บุคลากรผู้ให้บริการทุกท่านปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความให้เกียรติ ซึ่งได้เขียนแนวทางไว้ให้แล้วในบทความ <a href="https://hrdsthailand.co.th/use-respectful-language/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Ep 22 : สื่อสารกับลูกค้าอย่างสุภาพและให้เกียรติ</a> ถึงแม้ว่าท่านจะมีสถานภาพที่สถานภาพที่สูงกว่าลูกค้าก็ตาม</p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><a href="https://hrdsthailand.co.th/hrdsmastertrainer/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ณธาร สติวรรธน์</a></strong></p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-palette-color-2-color">บริษัท เอชอาร์ดีเอส (ประเทศไทย) จำกัด</mark></strong></p>



<p style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.313), 18px);">HRDS (Thailand) Ltd.<br>สถาบันฝึกอบรมบุคลากรด้านการบริการโดยเฉพาะ<br>โทร. 02-869-1693 | 081-782-4546</p>



<p> </p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-26-friendly-service/">Ep 26 : บริการอย่างเป็นมิตร มิใช่ &#8220;เป็นกันเอง&#8221;</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ep 25 : ระวังหลงทาง ! เมื่อเจอลูกค้ากำลังโมโห</title>
		<link>https://hrdsthailand.co.th/handling-angry-customers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nathan Stewart]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jan 2024 04:57:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อบรมการบริการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hrdsthailand.co.th/?p=3239</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเผชิญกับลูกค้าที่มีปัญหาและเกิดความไม่พึงพอใจนั้น เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยากสำหรับบุคลากรผู้ให้บริการทุกคน ดังนั้นการเรียนรู้เทคนิคเบื้องต้นในการดูแลลูกค้าที่กำลังมีอารมณ์โกรธจึงเป็นเรื่องสำคัญ การแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าอาจจะจำเป็นต้องใช้เวลาในการดำเนินการ</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/handling-angry-customers/">Ep 25 : ระวังหลงทาง ! เมื่อเจอลูกค้ากำลังโมโห</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>การเผชิญกับลูกค้าที่มีปัญหาและเกิดความไม่พึงพอใจนั้น เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยากสำหรับบุคลากรผู้ให้บริการทุกคน ดังนั้นการเรียนรู้เทคนิคเบื้องต้นในการดูแลลูกค้าที่กำลังมีอารมณ์โกรธจึงเป็นเรื่องสำคัญ การแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าอาจจะจำเป็นต้องใช้เวลาในการดำเนินการ แต่ในระหว่างนั้น การดูแลอารมณ์ของลูกค้าด้วยเทคนิคเชิงจิตวิทยาจะช่วยให้ลูกค้าลดอารมณ์โกรธลง และเกิดความอดทนในการรอระหว่างที่ผู้ให้บริการประสานงานภายในเพื่อแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า</p>



<p>อย่างไรก็ตาม มีบุคลากรผู้ให้บริการจำนวนมากที่ไม่ได้รับการฝึกฝนหลักการและขั้นตอนในการดูแลลูกค้าที่มีอารมณ์โกรธ มักจะหลงทาง หรือหลงประเด็นในการสื่อสาร ไปกับ &#8220;หลุมพราง&#8221; ที่ลูกค้าสร้างไว้ให้โดยไม่ได้ตั้งใจและไม่รู้ตัวทั้งสองฝ่าย จึงทำให้ลูกค้าที่อยู่แล้ว ยิ่งเกิดความโมโหมากขึ้นจนบางครั้งกลายเป็นเรื่องใหญ่โตสำหรับองค์กร ทั้งที่ปัญหาที่เกิดกับลูกค้านั้น สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ ในเวลาเพียงไม่นาน</p>



<p>สถานการณ์ที่ทำให้ลูกค้าไม่พอใจและเกิดอารมณ์โมโหนั้น มักสาเหตุหลักมาจากที่ลูกค้าพบว่า สิ่งที่ลูกค้าได้รับหรือสถานการณ์ที่ลูกค้ากำลังเผชิญอยู่นั้น ไม่เป็นไปตาม &#8220;ที่ควรจะเป็น&#8221; ในความรู้สึกรับรู้ของลูกค้า หรือเรียกง่าย ๆ ว่าลูกค้ากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่ตรงกับความคาดหวัง เช่น ลูกค้าที่สั่งซื้อเครื่องเรือนไว้สีหนึ่ง แต่สินค้าที่เจ้าหน้าที่นำมาส่งให้ที่บ้านกลายเป็นอีกสีหนึ่งที่ลูกค้าไม่ได้ต้องการ หรือลูกค้าไปที่โรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ตามที่ได้นัดไว้ในเวลา 16.00 น. และได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าวันนี้แพทย์ท่านนั้นไม่ได้ออกตรวจผู้ป่วย เป็นต้น</p>



<p>ในสถานการณ์ดังกล่าวลูกค้าจะเกิดความรู้สึก 3 ระยะที่เกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็วเพียงไม่กี่วินาที ระยะที่ลูกค้าโกรธนั้น คือระยะที่ 3 ซึ่งมิได้หมายความว่าลูกค้าทุกคนจะรู้สึกโกรธเสมอไปถึงแม้จะเป็นสถานการณ์เดียวกันก็ตาม ลูกค้าบางรายอาจจะรู้สึกเฉย ๆ เพราะว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้สร้างปัญหาอะไรเพิ่มเติมให้กับลูกค้า แต่หากในระยะที่ 3 นี้ลูกค้าพบว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นกำลังนำพาปัญหาเพิ่มเติมมาให้กับเขา เขาก็จะรู้สึกไม่พอใจและมีอารมณ์โกรธ</p>



<p>ความรู้สึกทั้ง 3 ระยะนี้คือ </p>



<ol class="wp-block-list">
<li>งุนงง </li>



<li>ตระหนักถึงปัญหา </li>



<li>ไม่พอใจ</li>
</ol>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="1000" height="764" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/02/EP_25_AngryCustomers.png01.webp" alt="Anger development stage" class="wp-image-3242" srcset="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/02/EP_25_AngryCustomers.png01.webp 1000w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/02/EP_25_AngryCustomers.png01-300x229.webp 300w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/02/EP_25_AngryCustomers.png01-768x587.webp 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<p>ความ &#8220;งุนงง&#8221; หรือ &#8220;ประหลาดใจ&#8221; คือความรู้สึกระยะแรกที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อรู้ค้าได้รับรู้ถึงความผิดพลาด หรือ สถานการณ์ที่ไม่ตรงกับที่ลูกค้าคาดคิด คาดหวังไว้ก่อน และในระยะที่ 2 สมองของลูกค้าจะทำงานต่อโดยอัตโนมัติด้วยการครุ่นคิดว่าจะเกิดปัญหาอะไรตามมากระทบกับลูกค้าบ้าง หากลูกค้าพบว่าไม่มีปัญหาในระยะที่ 3 ลูกค้าก็จะรู้สึกเฉย ๆ ไม่โกรธ แต่หากลูกค้าพบว่าความผิดพลาดหรือสถานการณ์ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของลูกค้า ลูกค้าก็จะไม่พอใจและทวีความโกรธมากขึ้นเรื่อย ๆ และในบางกรณีก็สามารถเป็นไปได้ว่าความผิดพลาดนั้นอาจจะเป็นสิ่งดีสำหรับลูกค้า ก็จะทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจหรือดีใจ</p>



<p>ตัวอย่างเช่น ในกรณีที่ลูกค้าไปที่โรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ตามเวลาที่นัดหมายไว้คือ 16.00 น. ลูกค้าไปถึงโรงพยาบาลเวลา 15.30 น. และได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าวันนี้แพทย์ที่เป็นผู้นัดไม่ได้มาทำงาน ในกรณีนี้ หากลูกค้าท่านนี้ต้องลางานมาเพื่อพบแพทย์ นั่นหมายความว่าลูกค้าจะมีปัญหาเพราะต้องลางานอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของเขา และอาจจะทำให้ผู้บังคับบัญชาไม่พอใจ ลูกค้าก็จะไม่พอใจที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น แต่หากว่าเวลา 16.00 น.ของทุกวันเป็นเวลาที่ลูกค้าไม่มีกิจกรรมอะไร เพราะประกอบกิจการส่วนตัว จะมาวันไหนก็ไม่เป็นปัญหา ลูกค้าก็อาจจะเฉย ๆ หรืออาจจะเพียงแค่ไม่พอใจว่าทำไมไม่มีใครติดต่อไปแจ้งให้เขาทราบล่วงหน้า จะได้ไม่เสียเวลาเดินทางมา และหากว่าลูกค้าท่านนี้จริง ๆ แล้วมีกิจกรรมอื่นเร่งด่วนที่จะต้องไปทำ แต่ติดอยู่ที่ว่านัดแพทย์ไว้แล้ว และกำลังกังวลว่าจะไปทำกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งทันหรือไม่ เมื่อทราบว่าแพทย์ไม่มา ก็อาจจะสบายใจที่มีเวลาเพียงพอจะเดินทางไปทำกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งนั้นได้ทัน เป็นต้น</p>



<p>ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า ลูกค้าที่มีอารมณ์โกรธในสถานการณ์เช่นนี้ มักจะตั้งคำถามว่า &#8220;ทำไม&#8221; เเช่น &#8220;อ้าว ทำไมหมอนัดแล้วไม่มาล่ะ&#8221; คำถามประเภทนี้มิใช่คำถามที่ต้องการคำตอบ แต่เป็น &#8220;คำถามต่อว่า&#8221; หรือ &#8220;คำถามประชด&#8221; ซึ่งหากผู้ให้บริการพยายามตอบคำถาม ก็จะกลายเป็นคำ &#8220;แก้ตัว&#8221; ซึ่งทำให้ลูกค้าไม่พอใจมากยิ่งขึ้น และอาจจะมีคำถามอื่น ๆ ตามมาประชดประชัน เช่น &#8220;แล้วทำไมไม่มีใครโทรไปบอกว่าหมอไม่มา&#8221; &#8220;แล้วทำไมไม่มีใครโทรไปเลื่อนนัดฉันจะได้ไม่ต้องลางานวันนี้&#8221; ซึ่งคำถามเหล่านี้เป็น &#8220;หลุมพราง&#8221; ที่ลูกค้าสร้างให้พนักงานโดยไม่รู้ตัวและไม่ได้ตั้งใจ แต่ลูกค้าทำไปเพราะอารมณ์โกรธ ส่วนผู้ให้บริการนั้นก็ไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกต่อว่าประชดประชันด้วยคำถาม จึงพยายายให้คำตอบ ซึ่งแลายเป็นการ &#8220;แก้ต้ว&#8221; โดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ลูกค้ายิ่งโมโหมากขึ้น</p>



<p>ดังนั้น ในสถานการณ์ที่เกิดความผิดพลาดขึ้นและลูกค้าตั้งคำถามด้วยอารมณ์โกรธ ผู้ให้บริการจะต้องตั้งสติให้ดีเพื่อพิจารณาว่า คำตอบนั้นจะช่วยแก้ปัญหาหรือทำให้ลูกค้าโกรธมากขึ้น จริง ๆ แล้วลูกค้าไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่ลูกค้าต้องการ &#8220;การแสดงความรับผิดชอบ&#8221; และ &#8220;ความพยายามในการแก้ไขปัญหา&#8221; ผู้ให้บริการควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการกล่าวขอโทษลูกค้าด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่แสดงความรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และแสดงให้ลูกค้ารู้สึกได้ถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาให้เขา ก็จะทำให้ลูกค้าคลายอารมณ์โกรธไปได้ ก่อนที่จะดำเนินการประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาใ้ห้ลูกค้าต่อไป</p>



<p>เมื่อผู้ให้บริการเข้าใจหลักการเชิงจิตวิทยาเกี่ยวกับลูกค้าที่กำลังโกรธนี้แล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ให้บริการจะไม่พยายามตอบคำถามให้ลูกค้าทวีความโกรธมากยิ่งขึ้นจนทำให้สถานการณ์นั้นแก้ไขได้ยาก</p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><a href="https://hrdsthailand.co.th/hrdsmastertrainer/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ณธาร สติวรรธน์</a></strong></p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-palette-color-2-color">บริษัท เอชอาร์ดีเอส (ประเทศไทย) จำกัด</mark></strong></p>



<p style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.313), 18px);">HRDS (Thailand) Ltd.<br>สถาบันฝึกอบรมบุคลากรด้านการบริการโดยเฉพาะ<br>โทร. 02-869-1693 | 081-782-4546</p>



<p>    </p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/handling-angry-customers/">Ep 25 : ระวังหลงทาง ! เมื่อเจอลูกค้ากำลังโมโห</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ep 24 : ห้ามพูดกับลูกค้าว่า &#8220;ไม่&#8221; แล้วจะพูดอย่างไร</title>
		<link>https://hrdsthailand.co.th/never-say-no/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nathan Stewart]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jan 2024 12:01:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อบรมการบริการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hrdsthailand.co.th/?p=2869</guid>

					<description><![CDATA[<p>วลี Never say "NO" to customers ที่ถูกนำมาแปลเป็นภาษาไทยเพื่อใช้ในการอบรมการบริการว่า "ห้ามปฏิเสธลูกค้า"  มานานหลายทศวรรษแล้ว แต่จริง ๆ แล้วถ้าจะแปลกันให้ตรงตัว "Never say NO" มิได้แปลว่าห้ามปฏิเสธ แต่แปลว่า อย่าพูดว่าคำว่า  "ไม่"  เช่น ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ใช่ ไม่ถูก ไม่ได้ ไม่มี เป็นต้น</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/never-say-no/">Ep 24 : ห้ามพูดกับลูกค้าว่า &#8220;ไม่&#8221; แล้วจะพูดอย่างไร</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เชื่อว่าผู้ให้บริการทุกท่านจะต้องคุ้นหูคู้นตากับวลี <strong>Never say &#8220;NO&#8221; to customers</strong> ที่ถูกนำมาแปลเป็นภาษาไทยเพื่อใช้ในการอบรมการบริการว่า &#8220;<strong>ห้ามปฏิเสธลูกค้า</strong>&#8221;  มานานหลายทศวรรษแล้ว แต่จริง ๆ แล้วถ้าจะแปลกันให้ตรงตัว &#8220;Never say NO&#8221; มิได้แปลว่าห้ามปฏิเสธ แต่แปลว่า <strong><em>อย่าพูดว่าคำว่า  &#8220;ไม่&#8221;</em></strong>  เช่น <em><strong>ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ใช่ ไม่ถูก ไม่ได้ ไม่มี</strong></em> เป็นต้น และถ้าจะแปลเพื่อใช้ในการเรียนการสอนหรือการอบรมทักษะการบริการจริง ๆ แล้ว ก็ควรจะแปลว่า <strong><span style="text-decoration: underline;"><em>หลีกเลี่ยงการขึ้นต้นประโยคด้วยคำว่า</em> <em>&#8220;ไม่&#8221;</em></span></strong> หรือ <strong><em><span style="text-decoration: underline;">ขึ้นต้นประโยคโดยปราศจากคำว่า &#8220;ไม่&#8221;</span></em></strong></p>



<figure class="wp-block-image alignright size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="170" height="170" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_23_NeverSayNo01_1.webp" alt="Never say NO" class="wp-image-2880" srcset="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_23_NeverSayNo01_1.webp 170w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_23_NeverSayNo01_1-150x150.webp 150w" sizes="(max-width: 170px) 100vw, 170px" /></figure>



<p>อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ถ้าเราอบรมบุคลากรของเราเรื่องการบริการโดยการสอนว่า &#8220;ห้ามปฏิเสธลูกค้า&#8221; เราก็จะไม่สามารถครอบคลุมความหมายของ <strong><em>Never say NO </em></strong>ได้ทั้งหมด เนื่องจากการใช้คำว่า &#8220;ไม่&#8221; ขึ้นต้นประโยคหรือวลีในการสื่อสารกับลูกค้านั้นมิได้เกิดขึ้นเฉพาะในกรณีที่ต้องปฏิเสธลูกค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถเกิดขึ้นได้ในกรณีของการแสดงความโต้แย้งหรือไม่เห็นด้วยกับลูกค้า ซึ่งถือเป็นการสื่อสารให้ลูกค้ารู้สึกว่าสิ่งที่ลูกค้ารู้หรือเข้าใจนั้น &#8220;ไม่ถูกต้อง&#8221; จึงขอสรุปว่า ผู้ให้บริการควร Never say NO ใน 2 กรณีหลัก ๆ ดังต่อไปนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong><span style="text-decoration: underline;">กรณีไม่ตรงกัน</span></strong> &#8211; ลูกค้ามีความเข้าใจ หรือ แจ้งข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อมูลที่ผู้ให้บริการรู้สึกหรือเข้าใจ (ซึ่งในหลายกรณีพบว่า ลูกค้าอาจจะเป็นฝ่ายเข้าใจถูกต้องก็ได้) หรือลูกค้ากำลังทำอะไรไม่ถูกต้อง เช่นกรอกเอกสารผิดช่อง กรณีเหล่านี้ ผู้ให้บริการมีแนวโน้มจะตอบลูกค้าว่า &#8211;<em> <strong>ไม่นะครับ ไม่ใช่ค่ะ ไม่ถูกนะคะ ไม่เป็นอย่างนั้นนะคะ</strong> ฯลฯ</em></li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong><span style="text-decoration: underline;">กรณีไม่ได้</span></strong> &#8211; ลูกค้าแจ้งความประสงค์ที่เราไม่สามารถบริการให้ได้ หรือ ลูกค้ากำลังเผชิญสถานการณ์หรือปัญหาที่เราไม่สามารถบริการ/แก้ไขให้ได้ รวมไปถึงกรณีลูกค้ากำลังจะทำอะไรที่องค์กรของเราให้ทำไม่ได้ ซึ่งผู้ให้บริการมีแนวโน้มจะตอบลูกค้าว่า &#8211; <em><strong>ไม่ได้ ไม่มี</strong> ฯลฯ</em></li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading">กรณีไม่ตรงกัน</h4>



<figure class="wp-block-image alignleft size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="198" height="198" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_23_NeverSayNo02.webp" alt="Confusing" class="wp-image-2884" srcset="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_23_NeverSayNo02.webp 198w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_23_NeverSayNo02-150x150.webp 150w" sizes="(max-width: 198px) 100vw, 198px" /></figure>



<p>อันดับแรกอยากผู้ให้บริการเข้าใจว่า มนุษย์ทุกคนที่มีภูมิหลังที่ต่างกันจึงทำให้เกิด &#8220;ความเข้าใจ&#8221; และ &#8220;ความรู้สึก&#8221; ที่ไม่เหมือนกัน สินค้าชิ้นเดียวกันเป็นสินค้าราคาถูกสำหรับลูกค้ารายหนึ่ง แต่อาจจะเป็นสินค้าราคาแพงสำหรับลูกค้าอีกหลายราย ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีสำหรับลูกค้าคนหนึ่ง อาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไร้ค่าสำหรับลูกค้าอื่นอีกหลายคนก็เป็นได้ เช่นเดียวกับอาหารที่รสชาติอร่อยสำหรับลูกค้าหลายคนอาจจะมีลูกค้าอีกหลายคนที่รู้สึกไม่ถูกปากลูกค้า ดังนั้นในหลาย ๆ กรณีผู้ให้บริการจะมีความรู้สึกว่าลูกค้าเข้าใจไม่ถูกต้อง ซึ่งจริง ๆ แล้ว &#8220;ความรู้สึก&#8221; ของแต่ละคนไม่มี ผิด/ถูก แต่เป็นแค่ความรู้สึกหรือความเข้าใจที่ &#8220;ไม่ตรงกัน&#8221; ของแต่ละคน ผู้ให้บริการจึงควรจะเคารพความคิดและความรู้สึกที่แตกต่างของลูกค้า โดยหลีกเลี่ยงการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมและสำนวนที่แสดงความขัดแย้งกับลูกค้า</p>



<p>อย่างไรก็ตามหากผู้ให้บริการพบว่ามีลูกค้าจำนวนหลาย ๆ ราย ที่มีความรู้สึกหรือความเข้าใจแตกต่างไปจากผู้ให้บริการ  ผู้ให้บริการก็ควรจะวิเคราะห์ให้ดีอีกสักครั้งว่า สิ่งที่ตนเองรู้สึกและเข้าใจนั้นตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์กรหรือไม่ และหากพบว่าสิ่งที่ตัวเองเข้าใจนั้นตรงกับที่องค์กรต้องการแล้ว ก็ควรวิเคราะห์ต่อไปว่า มีสาเหตุอะไรที่ทำให้ลูกค้าจำนวนมากมีความเข้าใจแตกต่างไปแบบนั้น แล้วจะหาทางแก้ไขอย่างไรให้ลูกค้าเข้าใจไปตามวัตถุประสงค์ขององค์กร เนื่องจากยังอาจจะมีลูกค้ารายอื่น ๆ ที่ผู้ให้บริการยังไม่มีโอกาสพูดคุยและยังเข้าใจไม่ตรงกันแบบเดียวกันนี้อยู่อีกเป็นจำนวนมาก และ ในสถานการณ์ที่ผู้ให้บริการกำลังเผชิญกับลูกค้าที่แสดงความคิดเห็นไม่ตรงกัน ผู้ให้บริการสามารถปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้</p>



<h5 class="wp-block-heading" style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">หลีกเลี่ยงแสดงความคิดเห็นหรือข้อมูลที่ขัดแย้ง</h5>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">เมื่อลูกค้าแสดงความคิดเห็น หรือให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับที่ผู้ให้บริการเข้าใจหรือรับรู้ ผู้ให้บริการไม่ควรตอบว่า &#8220;ไม่นะคะ&#8221; &#8220;ไม่ใช่นะคะ&#8221; &#8220;ไม่ถูกนะคะ&#8221; เช่นลูกค้าบอกว่า &#8220;ของคุณราคาแพง&#8221; พนักงานขายหรือผู้ให้บริการไม่ควรตอบไปว่า &#8220;ไม่แพงแล้วนะคะ&#8221; เพราะจำเป็นการทำให้ลูกค้ารู้สึกต่อต้าน และไม่ฟังสิ่งที่เรากำลังอธิบาย พนักงานขายหรือผู้ให้บริการควรใช้เทคนิคเพื่อให้ลูกค้ารับฟังคำอธิบายของเราโดยการสอบถามเหตุผลด้วย<a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-20-3v-communication-channels/#Vocal" target="_blank" rel="noreferrer noopener">น้ำเสียงที่นุ่มนวล</a>เสียก่อน เช่น &#8220;<em>ขอโทษนะคะ คุณผู้หญิงรู้สึกว่าราคาควรจะเป็นประมาณเท่าไรคะ</em>&#8221; หรือ &#8220;<em>ขอโทษนะคะ ดิฉันขออนุญาตสอบถามข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาองค์กรน่ะค่ะ คุณผู้หญิงรู้สึกว่าแพงด้วยเหตุผลอะไรคะ</em>&#8221; เมื่อทราบเหตุผลของลูกค้าแล้ว ก็จะเป็นหนทางให้พนักงานขายหรือผู้ให้บริการอธิบายเพิ่มเติมในเชิงเห็นด้วยกับลูกค้า เช่น หากลูกค้าตอบว่าแพงเพราะอีกยี่ห้อหนึ่งราคาถูกกว่า พนักงานขายหรือผู้ให้บริการก็จะสามารถอธิบายคุณสมบัติที่เหนือกว่าคู่แข่งที่คุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น เช่น &#8220;อ๋อ ใช่เลยค่ะ รุ่นนี้จะแพงกว่าเพราะว่า&#8230;.(คุณสมบัติที่เหนือว่า)&#8230;&#8230;ค่ะ&#8221; (อธิบายข้อดีของเราที่เหนือกว่าโดยไม่ฟังเหมือนเป็นการโจมตีคู่แข่ง)  เป็นต้น </p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">ในสถานการณ์ที่ลูกค้าแจ้งข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เช่นลูกค้าที่ธนาคารบอกว่า &#8220;เห็นเขาบอกกันว่าดอกเบี้ยจะลด&#8221; เจ้าหน้าที่ธนาคารไม่ควรตอบว่า &#8220;<em>ไม่นะคะ ใครบอกคะ ดอกเบี้ยมีแต่แนวโน้มจะขึ้นนะคะ</em>&#8221;  เพราะการตอบไปแบบนี้อาจจะทำให้ลูกค้ารู้สึกเสียหน้าและเกิดความไม่พอใจ เจ้าหน้าที่ควรตอบไปว่า &#8220;อ่อ ใช่ค่ะ ลูกค้าหลายท่านเลยที่เข้าใจว่าดอกเบี้ยจะลดลง แต่จากข้อมูลที่ดิฉันได้ทราบ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยมีการวิเคราะห์ว่าดอกเบี้ยมีแนวโน้มจะปรับสูงขึ้นนะคะ&#8221; เป็นต้น   </p>



<h5 class="wp-block-heading" style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">หลีกเลี่ยงการบอกว่าอะไรผิด แต่บอกว่า &#8220;อะไรถูก&#8221; </h5>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">ในกรณีที่ลูกค้ากำลังทำไม่ถูกต้อง เช่น เซ้นชื่อผิดช่อง ผู้ให้บริการไม่ควรบอกว่า &#8220;<em>ไม่ใช่ตรงนั้นนะคะ</em>&#8221; แต่ควรบอกในสิ่งที่ถูกต้องไปเลยเช่น &#8220;<em>ดิฉันรบกวนช่วยเซ็นตรงนี้ให้อีกหนึ่งลายเซ็นนะคะ</em>&#8221; หรือลูกค้ากำลังเดินไปผิดทาง ก็ไม่ควรบอกว่า &#8220;<em>ไม่ใช่ทางนั้นค่ะ</em>&#8221; แต่ควรบอกว่า &#8220;<em>เริยนเชิญคุณผู้หญิงด้านนี้ค่ะ</em>&#8221;  เป็นต้น</p>



<h4 class="wp-block-heading">กรณีไม่ได้</h4>



<figure class="wp-block-image alignright size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="170" height="170" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_23_NeverSayNo03.webp" alt="Make customer happy" class="wp-image-2888" srcset="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_23_NeverSayNo03.webp 170w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_23_NeverSayNo03-150x150.webp 150w" sizes="(max-width: 170px) 100vw, 170px" /></figure>



<p>องค์ไม่สามารถให้ลูกค้าได้ทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการทุกกรณีไป&nbsp; องค์กรทุกแห่งมีขีดจำกัดในการสนองตอบความต้องการของลูกค้า แต่การปฏิเสธลูกค้าโดยทันทีนั้น ทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกว่าองค์กรไม่ใส่ใจกับความต้องการของเขา เช่น การกล่าวกับลูกค้าว่า “ไม่ทราบครับ/ค่ะ”&nbsp; “ไม่ได้ครับ/ค่ะ”&nbsp; โดยทันทีหลังจากจบคำถามหรือคำขอของลูกค้า</p>



<p>ในกรณีที่แน่ใจว่าไม่สามารถตอบคำถาม หรือไม่สามารถปฏิบัติตามคำขอของลูกค้าได้&nbsp; พนักงานก็ไม่ควรปฏิเสธทันที&nbsp; แต่ควรจะแสดงความพยายามโดยการขอเวลาตรวจสอบ&nbsp; และ/หรือพยายามคิดถึงทางเลือกอื่น ๆ ซึ่งอาจจะสามารถให้บริการ ทดแทนได้ และเสนอทางเลือกนั้น ๆ ให้กับลูกค้า เช่น “ถ้าเป็น (สินค้าอีกตัวหนึ่ง) ไม่ทราบว่าพอจะใช้แทนกันได้ไหมคะ” เป็นต้น และถ้าหากไม่มีทางเลือกจริง ๆ ควรใช้คำพูดว่า “ผม/ดิฉันอยาก&#8211;ให้นะครับ/คะ—แต่” และบอกเหตุผลในการทำให้หรือให้ไม่ได้</p>



<p>เหตุผลที่ทำให้ไม่ได้หรือให้/ให้ทำไม่ได้นั้น  อันดับแรกควรคิดถึงข้อดี/ข้อเสียที่จะมีต่อลูกค้าผู้นั้นโดยตรง เช่น ถ้าทำให้ไปจะเป็นการไม่ปลอดภัยสำหรับเขา (ด้วยเหตุใด)  อย่างไรก็ดีหากไม่สามารถหาข้อดี/ข้อเสียได้ ก็ไม่ควรอ้างกฎระเบียบขององค์กร แต่ให้คิดถึงกฎระเบียบของสถาบัน องค์กรภายนอก หรือ กฎหมายหรือระเบียบของส่วนราชการที่องค์กรของเราถูกบังคับใช้ รวมไปถึงการรับรองมาตรฐานต่าง ๆ เช่น ISO ที่กำหนดให้องค์กรของเราจำเป็นต้องปฏิบัติตาม ในกรณีที่องค์กรไม่สามารถแก้ปัญหาหรือทำตามความประสงค์ของลูกค้าได้ องค์กรต้องแสดงให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่า องค์กรได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ “ทำไม่ได้” มิใช่ว่าองค์กร “ไม่ทำให้” เทคนิคสุดท้ายก็คือ ถามลูกค้าว่ามีทางอื่นที่เราจะสามารถให้บริการได้หรือไม่ เช่น  “คุณสมชายคะ ทางเรายินดีทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขปัญหานี้นะคะ แต่ตอนนี้เราไม่มีทางออกอื่นจริง ๆ คุณสมชายพอจะมีวิธีอื่นแนะนำให้เราบ้างไหมคะ”  กรณีนี้ จะทำให้ลูกค้ารู้สึกตัวว่า จริง ๆ แล้ว มันไม่มีทางแก้ไขได้ เพราะเป็นเหตุสุดวิสัย เนื่องจากปัญหาบางอย่างที่ลูกค้าร้องเรียนก็เป็นเรื่องสุดวิสัยและแก้ไขไม่ได้ เช่น เที่ยวบินที่ถูกยกเลิกเพราะเครื่องยนต์ขัดข้องกระทันหัน แต่ลูกค้าต้องการจะไปเวลานั้นให้ได้ เป็นต้น</p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><a href="https://hrdsthailand.co.th/hrdsmastertrainer/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ณธาร สติวรรธน์</a></strong></p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-palette-color-2-color">บริษัท เอชอาร์ดีเอส (ประเทศไทย) จำกัด</mark></strong></p>



<p style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.313), 18px);">HRDS (Thailand) Ltd.<br>สถาบันฝึกอบรมบุคลากรด้านการบริการโดยเฉพาะ<br>โทร. 02-869-1693 | 081-782-4546</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/never-say-no/">Ep 24 : ห้ามพูดกับลูกค้าว่า &#8220;ไม่&#8221; แล้วจะพูดอย่างไร</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ep 23 : การใช้คำถามในการวิเคราะห์ปัญหา</title>
		<link>https://hrdsthailand.co.th/aviod-blaming-questions/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nathan Stewart]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jan 2024 10:43:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อบรมการบริการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hrdsthailand.co.th/?p=2859</guid>

					<description><![CDATA[<p>มีปัญหาของลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่เกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดของตัวลูกค้าเอง และลูกค้าหลาย ๆ รายก็รู้อยู่แก่ใจว่า ปัญหานั้นเกิดขึ้นเพราะตนเองใช้ผลิตภัณฑ์ผิดวิธี ทำผิดขั้นตอน หรือทำพลาดไป ลูกค้าที่มีปัญหาเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะอ่อนไหวต่อคำถามของผู้ให้บริการในระหว่างการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/aviod-blaming-questions/">Ep 23 : การใช้คำถามในการวิเคราะห์ปัญหา</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในความเป็นจริงแล้ว มีปัญหาของลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่เกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดของตัวลูกค้าเอง และลูกค้าหลาย ๆ รายก็รู้อยู่แก่ใจว่า ปัญหานั้นเกิดขึ้นเพราะตนเองใช้ผลิตภัณฑ์ผิดวิธี ทำผิดขั้นตอน หรือทำพลาดไป ลูกค้าที่มีปัญหาเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะอ่อนไหวต่อคำถามของผู้ให้บริการในระหว่างการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา ดังนั้นคำถามต่าง ๆ ที่ผู้ให้บริการใช้ในการวิเคราะห์จึงมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นการ &#8220;วิเคราะห์เพื่อหาความผิดของลูกค้า&#8221; </p>



<p>ลูกค้าที่มีปัญหาส่วนใหญ่นั้นมักจะอยู่ในภาวะอารมณ์ที่ไม่ปกติ เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อกิจกรรมต่าง  ๆ ในชีวิตประจำวันของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมในบ้าน หรือที่ทำงาน ลูกค้าที่มีปัญหาหลายรายอยู่ในสภาวะรีบเร่ง ร้อนรน วิตกกังวล และมีความรู้สึกไม่พอใจองค์กรอยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกค้าเกิดความไม่พอใจมากขึ้น ผู้ให้บริการจะต้องระมัดระวังการใช้คำถาม ดังแนวทางต่อไปนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading">ระวัง<strong>คำถามที่ใช้กันจนเคยชิน</strong></h4>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">ในธุรกิจหลายประเภทมีสำนวนเคยชินซึ่งน่าจะเกิดจากการที่บุคลากรรุ่นพี่เป็นตัวอย่างและถ่ายทอดมาให้รุ่นน้องโดยไม่ได้ตั้งใจ หรืออาจจะเกิดจากการที่ผู้ให้บริการเคยมีประสบการณ์คล้ายกันกับลูกค้ารายก่อน ๆ ในอดีต เช่น เมื่อลูกค้าของธนาคารกดเงินด้วยบัตรเงินสดและด้วยเหตุผิดพลาดใดก็ตามตู้ ATM ได้ทำการอายัติบัตรของลูกค้าและแสดงข้อความให้ลูกค้าติดต่อธนาคาร เมื่อลูกค้าแจ้งให้เจ้าหน้าที่ธนาคารทราบว่าบัตรกดเงินสดถูกตู้ ATM อายัติไว้ ด้วยความเคยชินเจ้าหน้ามักจะถามลูกค้าว่า “กดรหัสผิดรึเปล่าคะ” (จากประสบการณ์ของผู้ให้บริการ สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการกดรหัสผิดเกิน 3 ครั้ง) หรือในกรณีที่ลูกค้าของโรงพยาบาลที่เพิ่งชำระเงินเสร็จและเจ้าหน้าที่การเงินยืนใบเสร็จรับเงินให้โดยไม่มีใบรับรองแพทย์ ลูกค้าถามว่า “อ้าว แล้วใบรับรองแพทย์ล่ะคะ” เจ้าหน้าการเงินส่วนใหญ่มักจะถามลูกค้ากลับไปว่า “ได้ขอไว้รึเปล่าคะ” (จากประสบการณ์ในกรณีเดียวกันนี้ผู้ให้บริการพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้ขอใบรับรองแพทย์ไว้ตั้งแต่แรก)</p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">จากกรณีนี้ตัวอย่างทั้งสองนี้ คำถามของผู้ให้บริการทำให้ลูกค้าเกิดรู้สึกว่า ผู้ให้บริการกำลังกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของลูกค้าเองรึเปล่า ที่ “กดรหัสผิด” หรือ “ไม่ได้ขอใบรับรองแพทย์ไว้ตั้งแต่แรก” ซึ่งทั้งสองตัวอย่างนี้ คำตอบของลูกค้าไม่ได้มีประโยชน์ใด ๆ กับการบริการเลย ไม่ว่าคำตอบของลูกค้าจะบ่งบอกว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ก็ไม่ได้ทำให้กระบวนการหรือขั้นตอนการทำงานของผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงหรือลดลง ในกรณีของธนาคาร ไม่ว่าลูกค้าจะกดรหัสผิดหรือไม่ เจ้าหน้าที่ก็ยังคงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของธนาคารในการขอบัตรกดเงินมาคืนให้ลูกค้าอยู่ดี ส่วนกรณีของโรงพยาบาล ไม่ว่าลูกค้าจะขอไว้ตั้งแต่แรกหรือไม่ก็ตาม เจ้าหน้าที่การเงินก็ต้องติดต่อประสานงานภายในเพื่อติดตามมาใบรับรองแพทย์มาให้ลูกค้าอยู่ดี</p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">ดังนั้นผู้ให้บริการจึงต้องพึงระวังว่า คำถามที่ถามลูกค้าไปนั้นอาจจะดูเหมือนเป็นการกล่าวโทษลูกค้าหรือไม่ และจำเป็นต้องถามหรือไม่ หากพบว่าไม่จำเป็นต้องถาม ก็แจ้งลูกค้าไปได้ทันทีว่าต้องดำเนินการอะไรบ้าง เช่นในกรณีของธนาคาร เจ้าหน้าที่ควรขอโทษลูกค้าและแจ้งลูกค้าไปเลยว่า “ดิฉันทำเรื่องขอคืนบัตรให้ด่วนเลยนะคะ” และเจ้าหน้าที่การเงินของโรงพยาบาลก็ควรตอบลูกค้าว่า “ขออภัยด้วยค่ะ ดิฉันจะรีบตามใบรับรองแพทย์มาให้โดยด่วนค่ะ รบกวนรออีกสักครู่นะคะ</p>



<h4 class="wp-block-heading">ระวัง<strong>การใช้คำถามปลายปิด &#8211; Close-Ended Questions</strong></h4>



<figure class="wp-block-image alignright size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="283" height="370" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_23_BlamingQuestion01.webp" alt="Choosing Right Question" class="wp-image-2861" srcset="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_23_BlamingQuestion01.webp 283w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_23_BlamingQuestion01-229x300.webp 229w" sizes="(max-width: 283px) 100vw, 283px" /></figure>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">ในสถานการณ์ที่เกิดปัญหาขึ้นกับลูกค้า ผู้ให้บริการซึ่งมีหน้าที่แก้ปัญหาให้กับลูกค้าอาจมีความจำเป็นต้องวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาก่อนที่จะหาทางแก้ไข โดยส่วนใหญ่ผู้ให้บริการมักจะเคยมีประสบการณ์กับปัญหาลักษณะเดียวกันมาก่อน ผู้ให้บริการจึงมักนำ “สาเหตุ” ที่เคยพบในอดีต มาวิเคราะห์ปัญหาปัจจุบันด้วยการใช้คำถามปลายปิดกับลูกค้า เช่น คนไข้ที่กลับมาพบแพทย์ตามที่นัดไว้แจ้งว่าผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วอาการไม่ดีขึ้นเลย และจากประสบการณ์ในอาชีพพยาบาลเธอพบว่า คนไข้ส่วนใหญ่ไม่ได้ทานยาครบตามที่แพทย์สั่งไปให้ เธอจึงอาจจะถามคนไข้ไปว่า “ทานยาครบตามที่คุณหมอสั่งรึเปล่าคะ” ซึ่งคำถามแบบนี้อาจจะทำให้คนไข้รู้สึกเหมือนกำลังถูกต่อว่า</p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">หรือในกรณีที่ลูกค้าโทรศัพท์มาแจ้งว่ารายการสินค้าที่ส่งไปนั้นไม่ถูกต้อง และผู้ให้บริการที่เป็นผู้รับแจ้งนั้นเคยมีประสบการณ์หลายครั้งว่าสาเหตุพื้นฐานที่ทำให้รายการสินค้าที่ส่งไปไม่ถูกต้องมักเกิดจากการที่ลูกค้าบอกรหัสสินค้าผิดตอนที่สั่งสินค้า ผู้ให้บริการจึงอาจจะถามลูกค้าไปว่า  “ตอนที่สั่ง คุณบอกรหัสถูกต้องหรือเปล่าครับ” การถามเช่นนี้ฟังดูเหมือนว่า ผู้ให้บริการกำลังหาข้อผิดพลาดของลูกค้า (หรือพยายามจะโยนความผิดให้ลูกค้า)</p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">ในกรณีเช่นนี้ หากจำเป็นต้องรู้สาเหตุ ผู้ให้บริการก็ควรจะใช้คำถามปลายเปิดแทน เช่นวิเคราะห์จากคนไข้ว่ายาที่แพทย์จ่ายให้ไปยังเหลืออยู่หรือไม่ หรือ เหลืออยู่เป็นจำนวนเท่าไร ส่วนในกรณีที่ลูกค้าแจ้งว่าส่งสินค้าผิดไปให้นั้น ผู้ให้บริการก็ควรกล่าวขอโทษลูกค้าทันที (ถึงแม้จะรู้ภายหลังว่าเป็นความผิดของลูกค้าก็ตาม) จากนั้นจึงทำการแก้ไขโดยการขอทราบรหัสสินค้าและชนิดของสินค้าเพื่อตรวจสอบและประสานงานในการจัดส่งสินค้าที่ถูกต้องไปเปลี่ยนให้กับลูกค้าโดยเร็วที่สุด</p>



<h4 class="wp-block-heading">ไม่ถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วและกลับไปแก้ไขไม่ได้</h4>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">หลาย ๆ กรณีมีการพบว่าความหวังดี หรือความห่วงใยของผู้ให้บริการกลายเป็นคำถามที่เหมือนกำลังต่อว่าลูกค้าผิด เช่น ลูกค้ามาพบว่ามีรายการลดราคา 25% ในวันนี้ และแจ้งให้พนักงานทราบว่าซื้อราคาเต็มไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พนักงานถามกลับไปว่า &#8220;<strong><em>เราติดป้ายแจ้งไว้ล่วงหน้าตั้งสองสัปดาห์แล้วนะคะ ทำไมรีบซื้อล่ะคะ</em></strong>&#8221;  หรือ ลูกค้าที่มาถามหาห้องพักของโรงแรมในวันนี้ซึ่งห้องมีลูกค้าพักเต็มหมดแล้ว ผู้ให้บริการถามว่า &#8220;<strong><em>ทำไมไม่จองมาก่อนล่ะคะ</em></strong>&#8221; </p>



<p>ทั้งสองกรณีนี้ เป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้วและแก้ไขอะไรไม่ได้ การถามลูกค้าไปเช่นนั้นจึงกลายเป็นเหมือนการต่อว่าลูกค้า พนักงานร้านขายสินค้านั้นควรจะแสดงความเสียใจและบอกลูกค้าในสิ่งที่ลูกค้าสามารถแก้ไขได้ในครั้งต่อไปว่า &#8220;<strong><em>เสียดายแทนเลยค่ะ ดิฉันขอบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ของคุณผู้หญิงไว้ในระบบของทางร้านหน่อยได้ไม๊คะ หากมีรายการลดราคาครั้งต่อไป ระบบของทางร้านจะส่งข้อความไปแจ้งเตือนประมาณ 2 สัปดาห์ล่วงหน้าค่ะ</em></strong>&#8221; ส่วนผู้ให้บริการในโรงแรมก็ควรตอบลูกค้าไปว่า &#8220;<strong><em>ดิฉันเสียดายมากเลยนะคะที่ไม่มีโอกาสได้ดูแลคุณผู้ชายและครอบครัว ขออนุญาตฝากหมายเลขโทรศัพท์ของโรงแรมไว้หน่อยนะคะ หากมีโอกาสคราวหน้า รบกวนโทรหาเราสักหนึ่งสัปดาห์ล่วงหน้า ทางเราจะสำรองห้องพักไว้ต้อนรับคุณผู้ชายค่</em></strong>ะ&#8221; ด้วยสีหน้า กิริยาท่าทาง (<a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-20-3v-communication-channels/#Visual" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Visaul</a>) และใช้น้ำเสียง (<a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-20-3v-communication-channels/#Vocal" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Vocal</a>) ที่สอดคล้องกับสำนวนที่สื่อสารกับลูกค้า</p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><a href="https://hrdsthailand.co.th/hrdsmastertrainer/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ณธาร สติวรรธน์</a></strong></p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-palette-color-2-color">บริษัท เอชอาร์ดีเอส (ประเทศไทย) จำกัด</mark></strong></p>



<p style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.313), 18px);">HRDS (Thailand) Ltd.<br>สถาบันฝึกอบรมบุคลากรด้านการบริการโดยเฉพาะ<br>โทร. 02-869-1693 | 081-782-4546</p>



<p></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/aviod-blaming-questions/">Ep 23 : การใช้คำถามในการวิเคราะห์ปัญหา</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ep 22 : สื่อสารกับลูกค้าอย่างสุภาพและให้เกียรติ</title>
		<link>https://hrdsthailand.co.th/use-respectful-language/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nathan Stewart]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jan 2024 07:46:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อบรมการบริการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hrdsthailand.co.th/?p=2844</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลูกค้าคือบุคคลสำคัญที่สุดของทุกองค์กร ไม่มีองค์กรใดดำรงกิจการอยู่ได้โดยปราศจากลูกค้าและลูกค้าทุกคนก็รู้ดีว่า  ทุก ๆ องค์กรกำลังแข่งขันกันให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรก  ลูกค้าจึงคาดหวังว่าองค์กรและผู้ให้บริการจะเห็นความสำคัญและให้เกียรติลูกค้าเสมอ</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/use-respectful-language/">Ep 22 : สื่อสารกับลูกค้าอย่างสุภาพและให้เกียรติ</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ลูกค้าทุกคนรู้ดีว่า&nbsp; ทุก ๆ องค์กรกำลังแข่งขันกันให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรก&nbsp; ลูกค้าจึงคาดหวังว่าองค์กรและผู้ให้บริการจะเห็นความสำคัญและให้เกียรติลูกค้าเสมอ นอกจากนี้ในองค์กรธุรกิจที่นำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าในตลาดบนขึ้นไป มักจะต้องให้การต้อนรับและการบริการแก่ลูกค้าที่ฐานะการเงินและสถานภาพทางสังคมส่งเสริมให้พวกเขาได้รับการปฏิบัติดูแลจากผู้คนรอบข้างในชีวิตประจำวันด้วยความเคารพและให้เกียรติอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นทุกครั้งที่ต้องสื่อสารกับลูกค้า ผู้ให้บริการจึงจำเป็นต้องใช้สำนวนและภาษาที่สุภาพและให้เกียรติลูกค้าอยู่เสมอ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ใช้สำนวนที่สุภาพอ่อนน้อม</strong></h4>



<figure class="wp-block-image alignleft size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="283" height="315" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_22_RespectfulCommunication01.webp" alt="Respectful language" class="wp-image-2848" srcset="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_22_RespectfulCommunication01.webp 283w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_22_RespectfulCommunication01-270x300.webp 270w" sizes="(max-width: 283px) 100vw, 283px" /></figure>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">ผู้ให้บริการพึงระลึกอยู่เสมอว่า “ลูกค้าคือบุคคลสำคัญ และเป็นแขกผู้มีเกียรติ” ขององค์กรเสมอ ทุกครั้งที่มีการสื่อสารกับลูกค้าทั้งแบบตัวต่อตัว ทางโทรศัพท์ หรือการเขียนข้อความส่งให้ลูกค้า ผู้ให้บริการจะต้องลงท้ายประโยคด้วยคำว่า “ครับ/ค่ะ” บ่อยครั้งในระหว่างสนทนา กล่าวคำว่า “ขอโทษ” และ “ขอบคุณ”&nbsp;&nbsp; กล่าวขออนุญาตลูกค้าทุกครั้งที่เสนอแนะหรือชี้แจงรายละเอียด เป็นต้น</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong><strong>ใช้สำนวนที่ให้เกียรติ</strong></strong></h4>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">การสื่อสารกับญาติมิตร เพื่อนร่วมงานและบุคคลทั่วไปที่ได้ติดต่อด้วยในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดสำนวน “ภาษาที่เคยชิน” แต่เมื่อถึงเวลาปฏิบัติงาน ผู้ให้บริการไม่ควรนำสำนวนที่เคยชินเหล่านี้มาใช้กับลูกค้าเพราะอาจสร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้าได้ &nbsp;สำนวนหรือคำศัพท์บางคำนั้นถึงแม้เป็นคำสุภาพ ไม่ใช่สำนวนหยาบคาย แต่ก็เป็นคำที่ให้ความรู้สึกเหมือนการดูถูกลูกค้า เช่น คำว่า “ค่าปรับ” “ค่ามัดจำ” “คำสั่ง” หรือ การถามลูกค้าว่า “มีงบประมาณเท่าไรคะ” &nbsp;ผู้ให้บริการควรหลีกเลี่ยงไปใช้คำอื่นแทนเช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค่าปรับ &nbsp;&nbsp; =&gt;  ค่าธรรมเนียม หรือ ค่าใช้จ่ายในดำเนินการ ฯลฯ</li>



<li>คำสั่ง &nbsp;&nbsp;    =&gt;  คำอธิบาย หรือ คำแนะนำ ฯลฯ</li>



<li>ค่ามัดจำ &nbsp;=&gt;  ค่าธรรมเนียมการจอง (ค่าจองห้องพัก ค่าจองห้องผ่าตัด ฯลฯ) </li>



<li>ค่าติดตามทวงถาม  =&gt; ค่าใช้จ่ายใน(ระหว่าง)การติดต่อ ฯลฯ</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong><strong><strong>หลีกเลี่ยงสำนวนเป็นกันเองและสำนวนพูดเล่นกับลูกค้า</strong></strong></strong></h4>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">ลูกค้าถือเป็นบุคคลสำคัญ เป็นแขกผู้มีเกียรติขององค์กร ผู้ให้บริการควรพึงระลึกอยู่เสมอว่าลูกค้ามิใช่ญาติหรือเพื่อนที่ผู้ให้บริการสามารถเป็นกันเองได้เสมอไป&nbsp; ผู้ที่จะสามารถเป็นกันเองกับผู้อื่นได้ จะต้องเป็นผู้ที่มีสถานภาพสูงกว่าเท่านั้น ครูที่ปฏิบัติต่อนักเรียนด้วยความเป็นกันเองนั้นอาจจะเป็นที่ชื่นชมของลูกศิษย์และผู้ปกครอง แต่นักเรียนที่ทำตัวเป็นกันเองกับครูนั้นอาจถูกมองว่าเป็นเด็กก้าวร้าว ในทำนองเดียวกัน แพทย์ที่วางตัวเป็นกันเองกับพยาบาลอาจจะได้รับการชื่นชมจากบรรดาพยาบาลเหล่านั้น แต่พยาบาลที่ทำตัวเป็นกันเองกับแพทย์อาจจะถูกมองว่าเป็นการถือวิสาสะจากคนอื่น ๆ ในสังคมได้ การเป็นกันเองกับลูกค้าจึงอาจจะใช้ได้เฉพาะในองค์กรที่ลูกค้ามีสถานภาพทางสังคมด้อยกว่าหรือเท่าเทียมกับผู้ให้บริการ เช่น โรงพยาบาลของรัฐบาลที่ให้บริการผู้ป่วยยากจน หญิงชรายากจนที่มาเป็นคนไข้อาจจะรู้สึกดี ที่พยาบาลไม่ถือตัวและเป็นกันเองด้วย แต่ในองค์กรธุรกิจทั่วไปนั้น “การเป็นกันเองกับลูกค้า” ถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อการสร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้าและผู้พบเห็นทั่วไปได้</p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">ดังนั้นผู้ให้บริการจึงต้องสื่อสารกับลูกค้าด้วยความเคารพให้เกียรติอยู่เสมอถึงแม้ลูกค้าจะเป็นกันเองกับผู้ให้บริการ ในกรณีที่ลูกค้าพูดเล่นหรือหยอกล้อผู้ให้บริการ สิ่งที่สามารถทำได้คือการยิ้มหรือหัวเราะเบา ๆ และอาจจะเอ่ยชมลูกค้า เช่น “คุณสมชายเป็นลูกค้าที่อารมณ์ดีมากเลยนะคะ ช่วยให้ดิฉันมีความสุขในการทำงานได้เยอะเลยค่ะ” โดยไม่พูดเล่นกลับไปหรือต่อล้อต่อเถียงกับลูกค้าโดยเด็ดขาด</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong><strong><strong><strong>หลีกเลี่ยงการนับญาติกับลูกค้า</strong></strong></strong></strong></h4>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">เช่นเดียวกันกับการเป็นกันเอง การนับญาติกับลูกค้า ด้วยการเรียกลูกค้าว่า พี่ ป้า น้า อา อาจจะเหมาะสมกับองค์กรที่ลูกค้ามีสถานภาพทางสังคมด้อยกว่าหรือเท่าเทียมกับพนักงาน หรือในบางวัฒนธรรมเช่นในหลายจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยผู้ให้บริการนิยมเรียกลูกค้าที่สูงอายุกว่าว่า “พ่อ” และ “แม่”</p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">อย่างไรก็ตาม การนับญาติกับลูกค้าในลักษณะนี้ถือเป็นการเสี่ยงที่จะสร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้าได้ ถึงแม้จะเป็นวัฒนธรรมที่เรียกลูกค้าว่า “พ่อ/แม่” ก็ตาม ทั้งนี้ด้วยสาเหตุหลายประการ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ลูกค้าที่มีสถานภาพทางสังคมสูง มักจะมีศักดิ์ศรี (Self-esteem) สูงขึ้นเป็นปกติเนื่องจากได้รับการยกย่องให้เกียรติจากคนรอบข้าง ลูกค้ากลุ่มนี้บางคนเมื่ออยู่กับญาติพี่น้องและเพื่อนสนิทอาจจะใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า “พี่” ตลอดเวลา เมื่อต้องสื่อสารกับผู้ให้บริการ ลูกค้าส่วนหนึ่งก็ยังติดปากเรียกแทนตัวเองว่า “พี่” แต่เมื่อผู้ให้บริการเรียกลูกค้ากลับไปว่า “พี่” บ้าง ก็เกิดความไม่พอใจ มีตัวอย่างให้พบเห็นได้มากมายในภาคธุรกิจที่ลูกค้าเกิดความไม่พอใจจนถึงขนาดร้องเรียนไปยังฝ่ายบริหารว่าผู้ให้บริการไม่ให้เกียรติลูกค้า</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ความรู้สึกของผู้ให้บริการเกี่ยวกับ “วัย” ของลูกค้าอาจจะไม่ตรงกับความรู้สึกของตัวลูกค้าเอง ผู้ให้บริการบางคนเรียกลูกค้าว่า “ป้า” เพราะเห็นว่าลูกค้าอยู่ในวัยใกล้เคียงกับป้าของตนเอง แต่ในทางตรงกันข้าม ลูกค้าสุภาพสตรีผู้นี้อาจจะยังเป็นโสดอยู่ อีกทั้งยังไม่เคยมีบุตรหลานในครอบครัวหรือแวดวงใกล้ชิด จึงไม่คุ้นเคยกับการถูกเรียกว่า “ป้า” &nbsp;ก็จะเป็นเหตุให้ลูกค้าท่านนี้เกิดความไม่พอใจได้ เคยมีตัวอย่างเกิดขึ้นในโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งซึ่งเจ้าหน้าที่เรียกลูกค้าว่า “ป้า” และถูกย้อนถามกลับมาด้วยความไม่พอใจว่า “ฉันแก่ขนาดนั้นเลยเหรอ”</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>การเปลี่ยนแปลงในด้านโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมส่งผลให้ วัฒนธรรมทัศนคติและพฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ในอดีตนั้นสังคมไทยเป็นแบบครอบครัวขยายที่สมาชิกในครอบครัวหลายรุ่นอาศัยอยู่ร่วมกัน และแต่ละครอบครัวก็อาศัยอยู่ในชุมชนซึ่งมีความใกล้ชิดสนิมสนมกัน ช่วยเหลือร่วมมือกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ในชุมชมเดียวกัน โครงสร้างทางสังคมลักษณะนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในปัจจุบัน ส่งผลให้วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย ผู้คนในปัจจุบันมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น มีอิสระเสรีในการใช้ชีวิตมากขึ้น ความรู้สึกผูกพันธ์กับผู้อื่นในรูปแบบญาติมิตรก็แตกต่างกันไป ประกอบการระบบการศึกษาที่ขยายครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้น ประชากรได้รับความรู้และการอบรมด้านมารยาทสังคมมากขึ้น ลูกค้าในยุคนี้จึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ดังนั้นการนับญาติกับลูกค้าแม้ในพื้นที่ส่วนภูมิภาคที่ประชากรบางส่วนนั้นยังยึดถือวัฒนธรรมเดิมก็ถือเป็นการเสี่ยงต่อคุณภาพของการบริการได้ มีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ผู้ให้บริการเรียกลูกค้าว่า “แม่” (ตามวัฒนธรรมดั้งเดิมในพื้นที่) ลูกค้าท่านนั้นแสดงสีหน้าไม่พอใจทันทีและตอบกลับว่า “แม่เธออายุเท่าไร” ผู้ให้บริการจึงต้องรีบขอโทษและเรียกลูกค้าว่า “คุณผู้หญิง” ตลอดการสนทนาต่อจากนั้น</li>
</ul>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">ดังนั้นในการพบกันครั้งแรก ผู้ให้บริการต้องหลีกเลี่ยงการนับญาติกับลูกค้า ยกเว้นแต่ในกรณีที่ลูกค้าจะเป็นผู้บอกเอง เช่น “เรียกพี่ก็ได้”&nbsp; วิธีที่ดีที่สุดคือการเรียกลูกค้าด้วยชื่อ เช่น คุณสมชาย หรือ คุณสมหญิง ซึ่งนอกจากจะเป็นการให้เกียรติแล้ว การเรียกลูกค้าด้วยชื่อของเขานั้นยังให้ความรู้สึกแก่ลูกค้าว่าได้รับความสำคัญและการบริการแบบเจาะจงส่วนตัว (personalize) แต่ในขณะที่ยังไม่ทราบชื่อลูกค้า หรือไม่มีโอกาสทราบชื่อลูกค้า ผู้ให้บริการจึงควรเรียกลูกค้าว่า “คุณผู้หญิง” “คุณผู้ชาย” หรือ “คุณหนู” ทั้งในลักษณะของสรรพนามบุรุษที่ 2 (ผู้ที่เราสื่อสารด้วย) และบุรุษที่ 3 (บุคคลอื่นที่เราเอ่ยถึง) ไม่ควรเอ่ยถึงลูกค้าอื่นว่า “เขา” หรือ “น้อง” “น้องคนนั้น” “น้องคนนี้” โดยเด็ดขาด&nbsp; และในปัจจุบันลูกค้าที่มีอัตลักษณ์ทางเพศแตกต่างออกไปนอกเหนือจากเพศชายและหญิง ข้อแนะนำคือให้เรียกลูกค้าตามอัตลักษณ์ทางเพศของลูกค้า เช่น ลูกค้าผู้ชายที่ทำผมและแต่งกายเป็นผู้หญิง แนะนำให้เรียกว่า “คุณผู้หญิง” ส่วนลูกค้าที่เป็นผู้มียศ มีตำแหน่ง ผู้ให้บริการก็ควรจะเรียกตามยศหรือตามตำแหน่งนั้น ๆ เช่น ท่านสารวัตร ท่านนายพล หรือท่านปลัดสมชาย เป็นต้น แต่ในกรณีที่ไม่รู้จะเรียกลูกค้าว่าอย่างไรจริง ๆ ก็อาจจะถามลูกค้าว่า “ขอโทษนะคะ ดิฉันจะขออนุญาตเรียกท่านว่าอย่างไรดีคะ” เป็นต้น</p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">องค์กรยุคใหม่จะไม่สนับสนุนให้บุคลากรของตนเรียกลูกค้าว่า “คุณลูกค้า” เพราะเป็นการทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกไปว่าเขาก็เป็นเพียงแค่ “ลูกค้าคนหนึ่งในบรรดาลูกค้าทั่วไป” ที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับองค์กร</p>



<p>นอกเหนือจากการใช้สำนวนด้วยแนวทางที่แนะนำมาข้างต้นแล้ว ผู้ให้บริการจำเป็นต้องแสดงสีหน้า กิริยาท่าทาง (<a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-20-3v-communication-channels/#Visual" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Visaul</a>) และใช้น้ำเสียง (<a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-20-3v-communication-channels/#Vocal" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Vocal</a>) ที่แสดงถึงการให้เกียรติลูกค้าด้วย</p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><a href="https://hrdsthailand.co.th/hrdsmastertrainer/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ณธาร สติวรรธน์</a></strong></p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-palette-color-2-color">บริษัท เอชอาร์ดีเอส (ประเทศไทย) จำกัด</mark></strong></p>



<p style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.313), 18px);">HRDS (Thailand) Ltd.<br>สถาบันฝึกอบรมบุคลากรด้านการบริการโดยเฉพาะ<br>โทร. 02-869-1693 | 081-782-4546</p>



<p></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/use-respectful-language/">Ep 22 : สื่อสารกับลูกค้าอย่างสุภาพและให้เกียรติ</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ep 21 : สื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจถูกต้องตรงกัน</title>
		<link>https://hrdsthailand.co.th/communicate-for-understanding/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nathan Stewart]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jan 2024 13:20:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อบรมการบริการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hrdsthailand.co.th/?p=2800</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากผู้ให้บริการไม่ได้เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ก็อาจจะเป็นสาเหตุให้ผลิตภัณฑ์หรือการบริการที่ลูกค้าได้รับนั้นไม่ตรงกับความคาดหวัง  และในทางตรงกันข้ามหากลูกค้าเข้าใจข้อมูลไม่ถูกต้อง อาจจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้ในภายหลัง ผู้ให้บริการจึงควรสื่อสารกับลูกค้าให้ถูกต้องตั้งแต่แรก</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/communicate-for-understanding/">Ep 21 : สื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจถูกต้องตรงกัน</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในหลักการของการสื่อสารเชิงลูกค้าสัมพันธ์ ผู้ให้บริการมีพันธกิจ 2 มิติในการสื่อสารกับลูกค้า ตามที่ได้อธิบายไว้ ใน <a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-18-customer-service-communications/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">EP 18 : ความหมาย “การสื่อสารเชิงลูกค้าสัมพันธ์</a>” คือ การสร้าง &#8220;ความเข้าใจ&#8221; ในขณะที่ต้องสร้าง &#8220;ความพึงพอใจ&#8221; ให้กับลูกค้าไปพร้อม ๆ กันดัวย</p>



<figure class="wp-block-image alignright size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="283" height="283" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_21_Understanding01.webp" alt="Communication Breakdown" class="wp-image-2813" srcset="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_21_Understanding01.webp 283w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_21_Understanding01-150x150.webp 150w" sizes="(max-width: 283px) 100vw, 283px" /></figure>



<p>การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันระหว่างผู้ให้บริการและลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยอาจนำพามาซึ่งปัญหาใหญ่ในการบริการได้ ดังนั้นผู้ให้บริการต้องมั่นใจว่า เรามีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อมูลที่ลูกค้าสื่อสารมาให้ และในขณะเดียวกันก็ต้องมั่นใจว่าลูกค้าเข้าใจข้อมูลที่เราสื่อสารไปให้อย่างถูกต้องเช่นกัน</p>



<p>เมื่อลูกค้าแจ้งความประสงค์และเราเข้าใจไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ เราก็จะไม่สามารถให้บริการได้ตรง หรือไม่ครบถ้วนตามความประสงค์ของลูกค้า ซึ่งนอกจากจะทำให้เราเสียเวลาแก้ไข/ทำใหม่แล้ว ยังสร้างความไม่สะดวกให้กับลูกค้าและอาจจะทำให้ลูกค้าไม่พอใจในบริการของเราได้  ทักษะที่จะช่วยให้เราทำความเข้าใจกับข้อมูลที่ลูกค้าสื่อสารกับเราได้อย่างถูกต้องและเป็นที่พึงพอใจของลูกค้าก็คือ &#8220;<a href="https://www.mindtools.com/a8l9j08/empathic-listening" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การรับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ | Empathic Listening</a>&#8221; ซึ่งเป็นทักษะที่สูงขึ้นไปจากระดับ &#8220;<a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Active_listening" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การฟังอย่างตั้งใจ | Active Listening</a>&#8221; และเราจะมีบทความแยกไปต่างหากเพื่ออธิบายถึงทักษะนี้โดยละเอียด ส่วนในบทความนี้เราจะเน้นถึงทักษะการใช้สำนวนที่จะทำให้ลูกค้าเข้าใจข้อมูลที่เราต้องการสื่อสารได้อย่างถูกต้องตรงกัน</p>



<h4 class="wp-block-heading">ใช้<strong>สำนวนภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจได้</strong></h4>



<p style="padding-top:0;padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-bottom:0;padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">เนื่องจากลูกค้าที่เข้ามาติดต่อนั้นอาจจะมีทุกระดับ ลูกค้าฐานะดีมิใช่ว่าจะเข้าใจคำศัพท์ระดับสูงเสมอไป   ดังนั้นผู้ให้บริการควรเลือกใช้สำนวนภาษาพื้นฐานธรรมดาที่คนทุกระดับจะสามารถเข้าใจได้ง่าย และหลีกเลี่ยงคำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ ตัวอย่าง เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใช้ว่า &#8220;<strong>บ้านและที่ดิน</strong>&#8221; แทน &#8220;<strong>อสังหาฯ</strong>&#8220;</li>



<li>ใช้ว่า &#8220;<strong>คุณพ่อ-คุณแม่</strong>&#8221; หรือ &#8220;<strong>บิดา-มารดา</strong>&#8221; แทน &#8220;<strong>บุพการี</strong>&#8221; </li>



<li>ใช้ว่า &#8220;<strong>รับประทาน</strong>&#8221; หรือ &#8220;<strong>ใช้</strong>&#8221; แทน &#8220;<strong>อุปโภค-บริโภค</strong>&#8220;</li>



<li>ใช้ว่า &#8220;<strong>เงินสด</strong>&#8221; แทน &#8220;<strong>Cash</strong>&#8220;</li>
</ul>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>หลีกเลี่ยงสำนวนคำศัพท์เฉพาะ</strong></h4>



<p style="padding-top:0;padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-bottom:0;padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">ธุรกิจแต่ละประเภท จะมีคำศัพท์เฉพาะทางธุรกิจ (Jargons &amp; Technical Terms)&nbsp; ซึ่งเป็นสำนวนที่ลูกค้าทั่วไปไม่คุ้นเคยและไม่เข้าใจ ผู้ให้บริการส่วนใหญ่มักจะติดสำนวนที่เข้าใจกันเป็นอย่างดีระหว่างบุคลากรในองค์กร เนื่องจากเป็นสำนวนที่ใช้สื่อสารกันเองอยู่ในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อนำมาใช้กับลูกค้าผู้ซึ่งไม่คุ้นเคยกับสำนวนเหล่านั้น&nbsp; ก็จะทำให้การสื่อสารด้อยประสิทธิภาพลง โดยเฉพาะลูกค้าชาวไทยและหลายเชื้อชาติในเอเชียซึ่งมักจะไม่ถามเมื่อไม่เข้าใจเพราะกลัวเสียหน้า ซึ่งเป็นค่านิยมของประเทศส่วนใหญ่ในซีกโลกตะวันออกนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong><strong>หลีกเลี่ยงสำนวนที่อาจเกิดความเข้าใจไม่ตรงกัน</strong></strong></h4>



<p style="padding-top:0;padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-bottom:0;padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">สำนวนบางอย่าง&nbsp; ให้ความเข้าใจที่ไม่ตรงกันระหว่างผู้สื่อสารและผู้รับสาร&nbsp; เช่นคำว่า “นาน” “บ่อย” “นิดหน่อย” “สักครู่” “พอประมาณ” “มาก” หรือ “น้อย” เป็นต้น ผู้ให้บริการควรจะใช้สำนวนที่ระบุได้ชัดเจน&nbsp; ตัวอย่างเช่น&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>คุณสมชายแช่น้ำไว้ประมาณ<em> <u>กี่นาที</u></em> คะ / คุณสมชายแช่น้ำไว้ถึง <em><u>5 นาที</u></em> มั้ยคะ (ไม่ใช้ว่า &#8220;นานไม๊คะ&#8221;)</li>



<li><em><u>ในช่วงสามวันที่ผ่านมา</u></em> เกิดอาการแบบนี้ประมาณ <em><u>กี่ครั้ง</u></em> แล้วคะ (ไม่ใช่ว่า &#8220;บ่อยไม๊คะ&#8221;)</li>



<li>คุณสมหญิงใช้ผงซักฟอกครั้งละประมาณ <em><u>กี่ช้อน</u> </em>คะ (ไม่ใช่ว่า &#8220;เยอะไม๊คะ&#8221;)</li>



<li>รบกวนกดปุ่มค้างไว้ประมาณ <em><u>5 วินาที</u></em> นะครับ (ไม่ใช้ว่า &#8220;สักครู&#8221;)</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong><strong><strong>หลีกเลี่ยงสำนวนที่ได้ใจความไม่ครบถ้วน</strong></strong></strong></h4>



<p style="padding-top:0;padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-bottom:0;padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">ผู้ให้บริการอาจใช้คำถามคลุมเครือสำหรับลูกค้า เนื่องจากตัวเองรู้ว่าต้องการคำตอบอะไรแต่ลูกค้าไม่รู้ คำถามยอดนิยมที่ลูกค้ามักถูกถามกันเสมอคือ “เอาไปทำอะไรคะ” ในหลาย กรณี คำถามนี้เปิดกว้างเกินกว่าที่ลูกค้าจะคาดเดาได้ว่าผู้ให้บริการต้องการคำตอบว่าอะไร</p>



<p style="padding-top:0;padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-bottom:0;padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">ผู้ให้บริการควรพึงระลึกอยู่เสมอว่า ลูกค้าไม่มีความรู้เกี่ยวกับลักษณะงานและกระบวนการทำงานในธุรกิจของเรา วิธีที่ถูกต้องคือ ผู้ถามควรจะนำเอาคำตอบที่ต้องการมาเปลี่ยนเป็นคำถามปิด หรือ คำถามให้เลือก เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ต้องการใช้ใบเสร็จแบบย่อหรือแบบใบกำกับภาษีคะ (ไม่ใช่ “เอาแบบไหนคะ”)</li>



<li>คอมพิวเตอร์ที่จะซื้อนี้ ระหว่างการพิมพ์งานตัวอักษรกับงานแบบรูปภาพ คุณผู้หญิงใช้งานลักษณะไหนมากกว่ากันคะ (ไม่ใช่ “เอาไปทำอะไรคะ”)</li>
</ul>



<p style="padding-top:0;padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-bottom:0;padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">การใช้สำนวนที่ได้ใจความไม่ครบถ้วน ยังพบได้ในกรณีที่ผู้ให้บริการจะแจ้งขั้นตอน หรือกระบวนการต่าง ๆ ให้ลูกค้าทราบ เช่น “กรุณารอสักครู่นะคะ” (รออะไร) หรือ “เดี๋ยวจัดการให้ครับ” (จัดการอะไร) ผู้ให้บริการควรอธิบายให้ลูกค้าทราบขั้นตอนหรือวิธีการดำเนินงาน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ดิฉันจะส่งให้ฝ่ายช่างตรวจสอบให้นะคะ รบกวนคุณสมศรีรอประมาณ 5 นาทีดิฉันจะกลับมาแจ้งความคืบหน้าให้ทราบค่ะ </li>



<li>ผมจะรีบตรวจสอบสาเหตุและหาทางดำเนินการแก้ไขให้ครับ รบกวนขอเวลาสักไม่เกิน 2 วันผมจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบครับ</li>
</ul>



<p>ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางที่จะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจตรงกันกับข้อมูลที่เราต้องการสื่อสารมากที่สุด ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เราไม่ต้องเสียเวลาอธิบายใหม่เป็นครั้งที่สองในกรณีที่ลูกค้าไม่เข้าใจแล้ว ยังจะช่วยป้องกันมิให้ลูกค้าปฏิบัติผิดพลาดในกรณีที่เราต้องการความร่วมมือจากลูกค้าอีกด้วย</p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><a href="https://hrdsthailand.co.th/hrdsmastertrainer/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ณธาร สติวรรธน์</a></strong></p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-palette-color-2-color">บริษัท เอชอาร์ดีเอส (ประเทศไทย) จำกัด</mark></strong></p>



<p style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.313), 18px);">HRDS (Thailand) Ltd.<br>สถาบันฝึกอบรมบุคลากรด้านการบริการโดยเฉพาะ<br>โทร. 02-869-1693 | 081-782-4546</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/communicate-for-understanding/">Ep 21 : สื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจถูกต้องตรงกัน</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ep 20 : การสื่อสารระหว่างบุคคล 3 ช่องทาง</title>
		<link>https://hrdsthailand.co.th/ep-20-3v-communication-channels/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nathan Stewart]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Dec 2023 09:12:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อบรมการบริการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hrdsthailand.co.th/?p=2791</guid>

					<description><![CDATA[<p>การรับรู้ของลูกค้ามิได้เกิดจากคำพูดของบุคลากรเท่านั้น สีหน้าและน้ำเสียงที่ใช้ อาจทำให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจที่แตกต่างไปจากสิ่งที่พูดได้ บุคลากรผู้ให้บริการจะต้องสื่อสารกับลูกค้้าด้วยพฤิตกรรมที่สอดคล้องกัน ทั้ง สีหน้าท่าทาง น้ำเสียง และ สำนวนที่ใช้สื่อสาร</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-20-3v-communication-channels/">Ep 20 : การสื่อสารระหว่างบุคคล 3 ช่องทาง</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>การสื่อสารระหว่างลูกค้ากับองค์กรเกิดขึ้นอยู่เกือบตลอดเวลา อาจจะเกิดโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของทั้งสองฝ่ายก็ตาม ซึ่งการสื่อสารระหว่างองค์กรกับลูกค้าแต่ละครั้งนั้น สร้าง “ความรู้สึกรับรู้ให้กับลูกค้า” ได้ทั้งในเชิงบวก (positive) และเชิงลบ (negative) เสมอ องค์กรและผู้ให้บริการสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางการสื่อสารทั้ง 3 คือ Visual (สิ่งที่มองเห็นได้), Vocal (เสียง) และ Verbal (สำนวน)</p>



<figure class="wp-block-image alignleft size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="286" height="220" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_20_3VCommunication01.webp" alt="Channels of Communications" class="wp-image-2793"/><figcaption class="wp-element-caption">Channels of Communications</figcaption></figure>



<p>โดยทั่วไปแล้ว การสื่อสารในลักษณะที่ทั้งสองฝ่าย (sender และ recipient) ได้เผชิญหน้ากัน (face-to-face) นั้น จะมีองค์ประกอบสำคัญซึ่งเป็นช่องทางในการสื่อสารอยู่ 3 องค์ประกอบ</p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; Visual – สิ่งที่มองเห็นได้<br>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;Vocal – เสียง<br>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;Verbal – สำนวนคำพูด</p>



<p><strong>Visual</strong> หมายถึงส่วนต่าง ๆ ที่ผู้รับสารสามารถมองเห็นได้จากผู้ส่งสารไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา ทรงผม การแต่งกาย เครื่องประดับ สีหน้าท่าทาง พฤติกรรมระหว่างการสนทนาตลอดจนลักษณะของผู้ที่ติดตามมาด้วย <strong>Vocal</strong> หมายถึงองค์ประกอบของเสียงที่ใช้ในการสื่อสาร เช่นเป็นน้ำเสียง โทนเสียง ระดับความดังของเสียง เป็นต้น ส่วน <strong>Verbal</strong> หรือสำนวนคำพูดนั้น หมายถึง คำต่าง ๆ ที่อยู่ในวลีหรือประโยคที่ผู้ส่งสารใช้ในการสื่อสาร</p>



<p>ในปี ค.ศ. 1967 <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Albert_Mehrabian" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Dr. Albert Mehrabian</a> แห่ง <a href="https://www.ucla.edu/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">University of California, Los Angeles (UCLA)</a> ได้ทำการวิจัยและพบว่า ข้อมูลที่ถูกสื่อสารผ่านช่องทางทั้ง 3 นี้ หากไม่สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน จะทำให้ผู้รับสาร (recipient) เชื่อในสิ่งที่มองเห็น (Visual) 55% และเสียง (Vocal) 38% โดยเชื่อสำนวนคำพูด (Verbal) เพียง 7% เท่านั้น แต่หากเป็นการสื่อสารทางโทรศัพท์ซึ่งช่องทางในส่วนที่มองเห็นได้นั้นหายไป ผู้รับสารจะเชื่อจากเสียงที่ได้ยิน (Vocal) 84% และเชื่อในสำนวนคำพูดเพียงแค่ 16% เท่านั้น</p>



<p>ถึงแม้งานวิจัยของ <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Albert_Mehrabian" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Dr. Mehrabian</a> จะบ่งชี้ว่า Visual หรือส่วนที่มองเห็นได้จะเป็นช่องทางที่มีอิทธิพลในการสื่อสารมากที่สุด และ Verbal หรือสำนวนคำพูดนั้นจะเป็นช่องทางที่มีอิทธิพลน้อยที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สำนวนคำพูดที่ใช้นั้นจะไม่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ผู้คนสื่อสารกันด้วยสื่อ (media) ที่มีเพียง “สำนวน” เป็นช่องทางเดียวในการสื่อสารเท่านั้น เช่น Email, Line และ Social Media ต่าง ๆ เป็นการสื่อสารที่ปราศจาก Visual และ Vocal จึงทำให้บทบาทสำคัญในการสื่อสารเพื่อสร้าง “ความเข้าใจ” และ “ความพึงพอใจ” ให้แก่ผู้รับสารนั้น ตกเป็นภาระหน้าที่ของ “สำนวน (Verbal)” แต่เพียงอย่างเดียว</p>



<h4 class="wp-block-heading" id="Visual"><strong>Visual &#8211; ส่วนที่มองเห็นได้</strong></h4>



<figure class="wp-block-image alignright size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="202" height="196" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_20_3VCommunication02.webp" alt="Marketing Mix of Service" class="wp-image-2794"/><figcaption class="wp-element-caption">Marketing Mix of Service</figcaption></figure>



<p>ในศาสตร์ด้านการบริหารและการตลาดบริการ หรือ Management and Marketing of Services นั้น Visual หรือ ส่วนที่ลูกค้าสามารถมองเห็นได้นี้ เป็นองค์ประกอบหนึ่งของ Physical Evidence ซึ่งเป็น 1 ใน 7 ของส่วนประสมทางการตลาดของบริการ (The Marketing Mix of Services หรือ 7Ps)</p>



<p>Physical Evidence ที่สามารถแปลเป็นภาษาไทยแบบตรงตัวได้ว่า “หลักฐานทางกายภาพ” หมายถึงสภาวะแวดล้อมหรือสิ่งบ่งชี้ทางกายภาพที่ลูกค้าจะสามารถรับรู้ (perceive) ถึง “คุณภาพ” ของการบริการได้ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ</p>



<p>หนึ่งในคุณลักษะที่ทำให้บริการแตกต่างจากสินค้าก็คือ การบริการนั้นจับต้องไม่ได้ (Intangible) ซึ่งหมายความว่าลูกค้าจะไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 (ลูกค้าจะไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน ไม่ได้กลิ่น ไม่ได้รู้รสชาติ) ก่อนการตัดสินใจซื้อ ในการสื่อสารสำหรับงานบริการก็เช่นเดียวกัน ทันทีที่ลูกค้าได้พบกับผู้ให้บริการ กระบวนการรับรู้ของลูกค้าจะทำการรวบรวม (gather) ข้อมูลต่าง ๆ จากที่ลูกค้าสัมผัส (sensory information) ได้จากผู้ให้บริการโดยอัตโนมัติ เช่น การแต่งกายและการแสดงออกทางสีหน้าท่าทาง จากนั้นจะตีความ (interpret) และเกิดความเข้าใจ (understand) ไปเองล่วงหน้าว่าการสื่อสารที่จะเกิดขึ้นต่อไปนั้นจะมีแนวโน้มไปในทิศทางใด ดังนั้นนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญต่างก็ให้ความสำคัญกับ “First Impression” หรือ “ความรู้สึกเมื่อแรกพบ” และตามผลการวิจัยของ Dr. Albert Mehrabian นั้น ระหว่างการสื่อสารกับลูกค้า Visual หรือสิ่งที่ลูกค้ามองเห็นได้จากพนักงานมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของลูกค้ามากถึง 55% ดังนั้นผู้ให้บริการจึงต้องพึงระวังการแสดงออกทางสีหน้าท่าทางตลอดเวลาที่สื่อสารอยู่กับลูกค้า</p>



<h5 class="wp-block-heading" style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)"><strong>การแต่งกายและสุขอนามัยส่วนตัว | Personal Hygiene &amp; Grooming</strong></h5>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">หากองค์กรไม่ได้จัดให้มีเครื่องแบบไว้สำหรับผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการควรแต่งกายให้เหมาะสมกับประเภทของกิจการและความคาดหวังของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ส่วนองค์กรที่จัดเครื่องแบบไว้ให้ ผู้ให้บริการก็จำเป็นต้องดูแลเครื่องแบบให้อยู่ในสภาพดี</p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">ธุรกิจประเภทสถาบันการเงิน โรงพยาบาล โรงแรมระดับหรู ซึ่งต้องสะท้อนภาพแห่งความเป็นมืออาชีพ ความสะอาด และความน่าเชื่อถือ ผู้ให้บริการจึงต้องดูแลการแต่งกายและ สุขอนามัยส่วนตัวให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ขององค์กรที่ลูกค้าคาดหวัง ตั้งแต่การดูแลทรงผม การดูแลเครื่องแบบให้อยู่ในสภาพดีและสะอาด รวมถึงการดูแลร่างกายของตนให้สะอาดเรียบร้อยเช่น หนวดเครา ขนจมูกและเล็บมือเป็นต้น&nbsp;&nbsp; <strong></strong></p>



<h5 class="wp-block-heading" style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)"><strong><strong>กิริยา ท่าทาง | Posture and Gestures</strong></strong></h5>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">ผู้ให้บริการต้องพึงระวังอิริยาบทของตนเองในขณะปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณที่ลูกค้าสามารถมองเห็นได้ ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีลูกค้าอยู่ในขณะนั้นก็ตาม เนื่องจากลูกค้ามีโอกาสที่จะเข้ามาติดต่อได้ทุกขณะ ทุกช่วงเวลา </p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">ในระหว่างที่มีลูกค้าอยู่ในบริเวณนั้นหรือในระหว่างสนทนากับลูกค้า ผู้ให้บริการต้องแสดงกิริยาท่าทางที่สำรวม อ่อนน้อมทั้งในการสื่อสารกับลูกค้าและเพื่อนร่วมงาน ผู้ให้บริการบางคนสื่อสารกับลูกค้าด้วยกิริยาท่าทางสุภาพ แต่เมื่อต้องปรึกษาหรือพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานในระหว่างที่ลูกค้ายังอยู่ในบริเวณนั้น ก็จะเปลี่ยนไปใช้กิริยาท่าทางในลักษณะที่เป็นกันเอง ซึ่งอาจจะดูเป็นการไม่สุภาพสำหรับลูกค้าที่มองเห็นได้</p>



<h5 class="wp-block-heading" style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)"><strong><strong><strong>การแสดงออกทางสีหน้า | Facial Expression</strong></strong></strong></h5>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">ตามธรรมชาติแล้วมนุษย์ไม่สามารถเห็นหน้าตัวเองได้หากไม่มีกระจกอยู่ตรงหน้า ดังนั้นในระหว่างปฏิบัติงานผู้ให้บริการจึงไม่เห็นการแสดงออกทางสีหน้าของตนเอง ทำให้บางครั้งลูกค้าสามารถเข้าใจผิดได้ (misunderstand) เช่นเมื่อผู้ให้บริการเกิดข้อสงสัยในสิ่งที่ลูกค้าพูด ผู้ให้บริการอาจจะชักสีหน้าด้วยความสงสัย (โดยไม่ได้ตั้งใจ) แต่การชักสีหน้าด้วยความสงสัยนั้น อาจจะทำให้ลูกค้าเข้าใจผิดไปว่า “ผู้ให้บริการไม่พอใจในสิ่งที่ลูกค้าพูด” จึงชักสีหน้าใส่ และเกิดความไม่พอใจในตัวผู้ให้บริการถึงขนาดที่ทำให้เกิดการร้องเรียนต่อผู้บริหารขององค์กรได้ กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยที่ผู้ให้บริการเองก็ไม่เข้าใจว่าตนได้ทำอะไรผิดไปลูกค้าถึงไปร้องเรียนกับผู้บริหาร ดังนั้นผู้ให้บริการจึงระวังการแสดงสีหน้าของตนเองอยู่ตลอดเวลาในขณะที่อยู่ในบริเวณปฏิบัติงานที่ลูกค้าสามารถมองเห็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่กำลังสนทนากับลูกค้า</p>



<h4 class="wp-block-heading" id="Vocal"><strong><strong>Vocal &#8211; เสียง</strong></strong></h4>



<p>เสียงที่ใช้ในการสื่อสารกับลูกค้ามีอิทธิพลต่อกระบวนการรับรู้ของลูกค้ามากถึง 38% เมื่อสื่อสารกับลูกค้าแบบตัวต่อตัวซึ่งองค์ประกอบของการสื่อสารอยู่ครบทั้ง 3 ช่องทาง แต่เมื่อสนทนากับลูกค้าทางโทรศัพท์ เสียงจะมีอิทธิพลมากถึง 84% เนื่องจากกระบวนการรับรู้จะสร้างภาพกิริยาท่าทางและการแสดงออกทางสีหน้าของผู้ให้บริการขึ้นในความคิดของตนจากลักษณะของเสียงที่ได้ยินโดยปราศจากภาพที่มองเห็น ดังนั้นในการสื่อสารทางโทรศัพท์ เสียงของผู้ให้บริการจึงทำหน้าที่เป็นตัวแทนของส่วนที่มองเห็นได้ทั้งหมด</p>



<h5 class="wp-block-heading" style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)"><strong><strong><strong><strong>คุณภาพของเสียง</strong></strong></strong></strong></h5>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">โดยปกติแล้ว องค์กรจะมีเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ให้บริการที่ติดต่อกับลูกค้าทางโทรศัพท์โดยเฉพาะ คือ “คุณภาพของเสียง” ผู้ให้บริการที่มีคุณภาพเสียงดีส่งผลให้เกิดคำพูดที่ชัดเจน ไพเราะ น่าฟัง จึงสามารถสร้างความรู้สึกที่ดีให้แก่ผู้ฟังได้โดยงาน</p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">ผู้ให้บริการโดยทั่วไปไม่ได้มีคุณภาพเสียงที่ดีเสมอไป บางคนเสียงทุ้มเกินไปทำให้ลูกค้าจับใจความจากคำพูดของผู้ให้บริการพูดได้ยาก ผู้บริการที่พบว่ามีปัญหาดังกล่าวจึงต้องพยายามฝึกพูดด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนมากขึ้น เพราะปัญหานี้นอกจากจะสร้างความลำบากให้กับลูกค้าแล้วยังอาจจะสร้างความเข้าใจที่ผิดพลาดในเรื่องที่ต้องจะสื่อสาร และส่งผลเสียตามมาอีกด้วย </p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">คุณภาพของเสียงมิได้มาจากกลไกของอวัยวะในการสร้างเสียงเท่านั้น แต่ยังเกิดจากวิธีและลักษณะในการพูด ผู้ให้บริการบางคนพูดเหมือนบ่นพึมพำจนเป็นนิสัย (mumble) จนผู้ฟังไม่รู้ว่าต้องการพูดว่าอะไร บางคนพูดปกติไปแต่เสียงจะเบาลงช่วงปลายของประโยค ทำให้บางคำพูดหายไปจากการรับรู้ของผู้ฟัง ในกรณีเช่นนี้ผู้ให้บริการจำเป็นต้องมีการฝึกฝนลักษณะการพูดของตนเพื่อพัฒนาคุณภาพของเสียงให้ดีขึ้น</p>



<h5 class="wp-block-heading" style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)"><strong><strong><strong><strong><strong>ระดับเสียงสูง-ต่ำ, ดัง-ค่อย</strong></strong></strong></strong></strong></h5>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">การพูดเสียงดังหรือค่อยนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์&nbsp; และสภาวะในการสื่อสาร&nbsp; เราอาจจะต้องพูดเสียงดังขึ้นในสภาวะที่มีการรบกวนทางเสียงมาก แต่จะต้องพึงระวังไม่ให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นการตะคอก ส่วนระดับเสียงสูง-ต่ำนั้น ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีวรรณยุกต์บังคับอยู่แล้ว ดังนั้นการขึ้นเสียงสูงท้ายประโยคในภาษาไทยอาจฟังดูเหมือนกำลังไม่พอใจผู้ฟังได้</p>



<h5 class="wp-block-heading" style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)"><strong><strong><strong><strong><strong><strong>ระดับความเร็วในการพูด</strong></strong></strong></strong></strong></strong></h5>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">ความเร็วในการพูดนั้น&nbsp; ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่จะพูด&nbsp; หากจะต้องพูดเรื่องที่ซับซ้อน&nbsp; การพูดเร็วไปจะทำให้ลูกค้าไม่เข้าใจหรือทำให้เข้าใจผิดได้&nbsp; แต่หากเรื่องที่จะพูดนั้นสามารถเข้าใจได้ง่าย&nbsp; หรือเป็นคำศัพท์ธรรมดาทั่วไปแต่เราพูดช้า ๆ ก็อาจจะ สร้างความรำคาญแก่ลูกค้า&nbsp; หรือทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราดูถูกเขา&nbsp; ผู้พูดจึงควรรักษาระดับความเร็วที่เหมาะสมกับเนื้อหาของเรื่องที่ต้องการจะพูด</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong><strong><strong>Verbal &#8211; สำนวน</strong></strong></strong></h4>



<p>ถึงแม้งานวิจัยของ <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Albert_Mehrabian" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Dr. Albert Mehrabian</a> ซึ่งแสดงผลว่าสำนวนมีอิทธิพลต่อกระบวนการรู้สึกรับรู้ของผู้รับสารเพียง 7% สำหรับการสื่อสารแบบตัวต่อตัว (fact to face) และ 84% สำหรับการสื่อสารทางโทรศัพท์ซึ่งส่วนที่มองเห็นได้นั้นหายไป แต่ก็มิได้หมายความว่าสำนวนคำพูดที่ใช้นั้นไม่มีความสำคัญ</p>



<p>อีกประเด็นหนึ่งการวิจัยครั้งนั้นเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1967 ซึ่งเป็นยุคที่ผู้คนยังไม่เกิดความอ่อนไหวต่อสำนวนคำพูดมากเท่ากับในปัจจุบันซึ่งผู้คนบนโลกมีศักดิ์ศรี (self-esteem) มากขึ้น มีความอ่อนไหวต่อคำพูดของผู้อื่นมากขึ้น ทำให้สำนวนคำพูดจึงมีบทบาทสำคัญและมีอิทธิพลต่อการสื่อสารมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจในปัจจุบันต้องอาศัยการสื่อสารกับลูกค้าด้วย “สำนวนคำพูด (Verbal)” เพียงช่องทางเดียวมากขึ้นผ่านทาง Application ต่าง ๆ เช่น Line และ Messenger โดยเฉพาะธุรกิจออนไลน์ที่ผู้ซื้อและผู้ขายติดต่อกันผ่าน “สำนวนตัวอักษร” โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่ได้เห็นหน้าและไม่ได้ยินเสียงของกันและกัน สำนวนที่ใช้สื่อสารกันนั้นจึงทำหน้าที่เป็นตัวแทนของ Visual และ Vocal จนเต็ม 100%</p>



<p>ปัญหาของการสื่อสารในเชิงลูกค้าสัมพันธ์ด้วย “สำนวน” นั้น ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการที่ผู้ให้บริการมักใช้สำนวนที่เคยชิน หมายถึงสำนวนที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันตามปกติซึ่งใช้กับญาติมิตร เช่นสำนวนที่ใช้กับพ่อแม่พี่น้องในครอบครัว สำนวนที่ใช้กับเพื่อน ๆ และ เพื่อนร่วมงาน หากแต่ลูกค้ามิใช่ญาติพี่น้องและไม่ใช่เพื่อน ดังนั้นสำนวนคุ้นเคยเหล่านั้นจึงสามารถสร้างปัญหาขึ้นเมื่อนำมาใช้ในการบริการลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกค้าในตลาดระดับสูง (High End หรือ Upper End Market) ซึ่งมีความแตกต่างกับผู้ให้บริการในด้านฐานะการเงินและสถานภาพทางสังคมอย่างชัดเจน<em> </em>[<a href="https://hrdsthailand.co.th/customer-vs-employee-differences/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">EP 13 : ความแตกต่าง – ลูกค้าและผู้ให้บริการ</a>] &nbsp;</p>



<p>ดังนั้นผู้ให้บริการจึงต้องระวังการใช้สำนวนกับลูกค้าระหว่างการสื่อสารด้วยการสนทนาแบบตัวต่อตัว การสื่อสารทางโทรศัพท์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารด้วยข้อความที่ลูกค้าไม่ได้พบเห็นตัวและไม่ได้ยินเสียง</p>



<p>ในบทต่อ ๆ ไป เราจะมาเรียนรู้ทักษะในการใช้สำนวนกันอย่างละเอียด</p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><a href="https://hrdsthailand.co.th/hrdsmastertrainer/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ณธาร สติวรรธน์</a></strong></p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-palette-color-2-color">บริษัท เอชอาร์ดีเอส (ประเทศไทย) จำกัด</mark></strong></p>



<p style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.313), 18px);">HRDS (Thailand) Ltd.<br>สถาบันฝึกอบรมบุคลากรด้านการบริการโดยเฉพาะ<br>โทร. 02-869-1693 | 081-782-4546</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-20-3v-communication-channels/">Ep 20 : การสื่อสารระหว่างบุคคล 3 ช่องทาง</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ep 19 : รูปแบบของการสื่อสาร (Styles)</title>
		<link>https://hrdsthailand.co.th/ep-19-servic-communication-styles/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nathan Stewart]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Dec 2023 04:21:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อบรมการบริการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hrdsthailand.co.th/?p=2782</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้ให้บริการระดับมืออาชีพจะสามารถรักษาความพึงพอใจของลูกค้าไว้ได้ แม้ในกรณีที่ต้องสื่อสารให้รับรู้ว่าลูกค้าจะไม่ได้ในสิ่งที่คาดหวังไว้ ดังนั้นรูปแบบพฤติกรรม หรือ Style ในการสื่อสารนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ให้บริการจะต้องปรับใช้ให้ถูกต้องในทุกสถานการณ์</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-19-servic-communication-styles/">Ep 19 : รูปแบบของการสื่อสาร (Styles)</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image alignleft size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="231" height="259" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_19_CommunicationStyle01.webp" alt="Styles of Communications" class="wp-image-2784"/></figure>



<p>ดังที่ได้ทำความเข้าใจกันไว้ใน <a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-18-customer-service-communications/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">EP 18 : ความหมาย “การสื่อสารเชิงลูกค้าสัมพันธ์</a> การสื่อสารเชิงลูกค้าสัมพันธ์นั้นมีพันธกิจอยู่ 2 มิติ คือ บุคลากรผู้ให้บริการต้องสื่อสารให้ลูกค้าเกิด &#8220;ความเข้าใจ&#8221; ในข้อมูลต่าง  ๆ ซึ่งอาจจะรวมถึงข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเข้าใจของลูกค้า หรือ นโยบายที่ปิดกั้นไม่ให้ลูกค้าได้รับบริการตามความประสงค์ ในขณะที่จะต้องสร้าง &#8220;ความพึงพอใจ&#8221; ในกับลูกค้าในขณะที่ได้รับข้อมูลข่าวสารนั้น ๆ ดังนั้นบุคลากรที่มีหน้าที่หรือโอกาสได้ติดต่อสื่อกสารกับลูกค้าจึงจำเป็นต้องมีรูปแบบ (Style) ในการสื่อสารที่เหมาะสมสำหรับงานบริการ </p>



<p>รูปแบบ (styles) ในการสื่อสารที่พบเห็นได้จากสถานการณ์บริการทั่วไปนั้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบระดับของการให้ความสำคัญกับเป้าหมาย 2 ทั้งมิติในการสื่อสาร จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 รูปแบบ (styles) หลัก ตามแผนภาพ Service Communication Styles</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>Aggressive Style</strong></h5>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">การสื่อสารกับลูกค้าในรูปแบบ <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Passive-aggressive_behavior" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Aggresstive</a> นี้ เป็นการสื่อสารซึ่งต้องการให้ลูกค้าเข้าใจถึงอุปสรรค ปัญหา ขององค์กร หรือข้อจำกัดของบุคลากรเองที่ทำให้ไม่สามารถสนองความต้องการของลูกค้าได้ โดยมิได้คำนึงว่าลูกค้าจะพอใจหรือไม่ ส่งผลให้ลูกค้ารู้สึกไม่พอใจในการแสดงออกทางสีหน้าท่าทางและสำนวนคำพูดของบุคลากรซึ่งบ่งบอกให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกรับรู้ (perception) ว่าผู้ให้บริการกำลังแสดงอาการก้าวร้าว (aggressive) ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่สุภาพและไม่ให้เกียรติลูกค้า </p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">การสื่อสารลักษณะนี้เกิดขึ้นได้สาเหตุหลายประการ โดยปกติแล้วมักเกิดขึ้นจากกรณีที่ผู้ให้บริการพยายามอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจแต่ลูกค้าก็ยังยืนยันในสิ่งที่ต้องการหรือยืนกรานในหตุผลของตนเอง จนทำให้ผู้ให้บริการหมดความอดทนและสื่อสารในลักษณะดังกล่าว และในหลาย ๆ กรณีก็มีการพบว่าการสื่อสารลักษณะนี้เกิดขึ้นจากอารมณ์ส่วนตัวของบุคลากรผู้ให้บริการที่มาจากปัญหาและความกดดันส่วนตัว หรือแรงกดดันจากการให้บริการลูกค้ารายก่อนหน้านั้น อย่างไรก็ตาม การสื่อสารในลักษณะนี้พบได้จากผู้ให้บริการที่มีอุปนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนไม่ยอมใคร และในบางครั้งก็พบว่าเป็นอุปนิสัยส่วนที่ยึดมั่นกับความถูกต้องยุติธรรม และอาจเกิดจากบุคลากรที่มีบุคลิกลักษณะนิสัยแบบ <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Conscientiousness" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Conscientiousness</a> ที่ได้อธิบายไว้ใน <a href="https://hrdsthailand.co.th/service-heterogenity/#PersonalityTraits" target="_blank" rel="noreferrer noopener">EP 12 : คุณภาพบริการแต่ละครั้งที่ไม่เหมือนกัน</a>  ซึ่งอาจจะต้องการมุ่งมั่นเพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการหรือความชอบส่วนบุคคล (personal preference) ของลูกค้า จึงก่อให้เกิดการบริการที่ล้มเหลวได้</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong><strong>Passive Style</strong></strong></h5>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">การสื่อสารแบบ <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Passive-aggressive_behavior" target="_blank" rel="noreferrer noopener">passive</a> style นี้หมายถึงการที่ผู้ให้บริการไม่พูด ไม่อธิบายหรือไม่โต้แย้ง ด้วยเกรงว่าหากพูดหรืออธิบายไปอาจจะทำให้ลูกค้าไม่พึงพอใจ จึงเลือกที่จะนิ่งเสียดีกว่า พฤติกรรมการสื่อสารรูปแบบนี้ นอกจากจะทำให้ลูกค้าไม่เข้าใจหรืออาจเกิดความเข้าใจผิดพลาดไป ยังมักจะส่งผลให้ลูกค้าเกิดความไม่พึงพอใจอีกด้วย ในบางกรณีลูกค้าอาจจะไม่พอใจที่ผู้ให้บริการนิ่งเฉย ไม่พูดไม่ตอบอะไร หรือในบางกรณีลูกค้าเกิดความรู้สึกรับรู้ (perception) โดยเข้าใจ (understand) ไปว่า การนิ่งเฉยของผู้ให้บริการนั้นคือการแสดงความยอมรับและเข้าใจในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ลูกค้าจึงเกิดความคาดหวัง ต่อมาเมื่อลูกค้าได้รับรู้ว่าผู้ให้บริการมิได้ทำในสิ่งที่ลูกค้าได้แจ้งความจำนงไป ก็จะเกิดความไม่พอใจตามมา</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong><strong><strong>Submissive Style</strong></strong></strong></h5>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">การสื่อสารกับลูกค้าในรูปแบบ Submissive นี้ เกิดจากการที่ผู้ให้บริการต้องการให้ลูกค้าพึงพอใจ และยินยอมรับปาก ปฏิบัติ หรือส่งมอบในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ โดยผู้ให้บริการอาจจะ “รู้” หรือ “ไม่รู้” ว่าสิ่งที่รับปากหรือส่งมอบตามความต้องการของลูกค้านั้น อาจก่อให้เกิดปัญหาหรือผลเสียกับตนเอง องค์กร หรือตัวลูกค้าเองได้ในภายหลัง การสื่อสารนี้อาจจะเกิดขึ้นจากผู้ให้บริการที่มีบุคลิกภาพแบบ Agreeableness &nbsp;ซึ่งเป็นคนสุภาพ ใจดี ให้ความช่วยเหลือร่วมมือและเข้าใจผู้อื่น อีกทั้งยังหลีกเลี่ยงการสร้างความขัดแย้งกับผู้อื่น ผู้ให้บริการที่มีบุคลิกภาพแบบนี้มักจะตามใจลูกค้าเพื่อให้เกิดความพึงพอใจเสมอ และอาจจะเกิดขึ้นจากการที่ลูกค้าดื้อดึงและยืนยันความต้องการของตนด้วยอาการแข็งขัน หรือก้าวร้าวดุดัน ไม่ฟังเหตุผลของผู้ให้บริการจนเป็นเหตุให้ผู้บริการหรือองค์กรต้องยอมจำนนในความต้องการนั้น ๆ ของลูกค้า</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong><strong><strong><strong>Compromising Style</strong></strong></strong></strong></h5>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">Compromising Style คือการสื่อสารในรูปแบบของการ “ประณีประณอม” หรือ “แบ่งรับแบ่งสู้” เช่นการรับปากกับลูกค้าแบบแบ่งรับแบ่งสู้ไปก่อนเพื่อให้ลูกค้าเกิดพึงพอใจในระดับหนึ่ง และเกิดความเข้าใจ หรือความคาดหวังไปในระดับหนึ่งว่ายัง “มีโอกาส” ที่จะเป็นไปได้ สุดท้ายแล้วลูกค้าจะพึงพอใจในการบริการครั้งนั้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับผลงานหรือคำตอบของผู้ให้บริการที่ลูกค้าจะได้รับในเวลาต่อมา โดยปกติแล้ว การสื่อสารในรูปแบบนี้อาจมีความจำเป็นใน 2 ในกรณีคือ</p>



<ol>
<li style="list-style-type: none;">
<ol>
<li>ผู้ให้บริการอาจจะไม่แน่ใจว่าเรื่องที่ลูกค้าต้องการนั้นเป็นไปได้หรือไม่ จึงแจ้งลูกค้าว่าจะสอบถามกับผู้เกี่ยวข้องหรือผู้บริหารในระดับที่สูงขึ้นไปแล้วจะแจ้งให้ลูกค้าทราบภายหลัง       <br /><br /></li>
<li>ผู้ให้บริการอาจจะแน่ใจว่าเรื่องที่ลูกค้าต้องการนั้นเป็นไปได้ไม่ได้ แต่ต้องการแสดงให้ลูกค้ารับรู้ว่าองค์กรใส่ใจกับความต้องการของลูกค้าโดยจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อบริการลูกค้าให้ได้ตามที่ต้องการ จึงแจ้งลูกค้าว่าจะสอบถามกับผู้เกี่ยวข้องหรือผู้บริหารในระดับที่สูงขึ้นไปแล้วจะแจ้งให้ลูกค้าทราบภายหลัง</li>
</ol>
</li>
</ol>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>Assertive Style</strong></h5>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">เป็นการสื่อสารที่มุ่งเน้นให้ลูกค้าเกิดความ “เข้าใจ (ยอมรับ)” ด้วย “ความพึงพอใจ” สูงสุด การสื่อสารแบบ Assertive นี้ ถือเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับองค์กรและผู้ให้บริการในการสื่อสารข้อมูลให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกรับรู้เชิงบวกต่อองค์กรและผู้ให้บริการในทุกสถานการณ์</p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">การสื่อสารด้วย Assertive Style อย่างมีประสิทธิภาพนั้น สามารถทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกรับรู้ได้ถึงความใส่ใจ ห่วงใย และปรารถนาดีขององค์กรและผู้ให้บริการที่มีต่อลูกค้า</p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--40);padding-left:var(--wp--preset--spacing--40)">นอกเหนือจากสถานการณ์การสื่อสารตามปกติระหว่างองค์กรกับลูกค้าแล้ว การสื่อสารในรูปแบบ Assertive นี้ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งในกรณีที่องค์กรหรือผู้ให้บริการมีความจำเป็นต้องให้ลูกค้า “ร่วมมือ” หรือ “ปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ” รวมถึงในกรณีที่องค์กรไม่สามารถสนองตอบความประสงค์ของลูกค้าได้</p>



<p>เนื่องจาก ทักษะการสื่อสารเชิงลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Service Communications) เป็นทักษะที่มุ่งเน้นให้องค์กรและผู้ให้บริการสื่อสารกับลูกค้าด้วยพันธกิจ 2 มิติ คือ “ความเข้าใจ” และ “ความพึงพอใจ” ดังนั้นจึงมุ่งเน้นทักษะการสื่อสารในรูปแบบ Assertive Style เป็นหลัก  ทักษะรองลงมาคือ Compromising Style โดยหลีกเลี่ยงการสื่อสารอีก 3 รูปแบบคือ Submissive, Passive และ Aggressive</p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><a href="https://hrdsthailand.co.th/hrdsmastertrainer/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ณธาร สติวรรธน์</a></strong></p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-palette-color-2-color">บริษัท เอชอาร์ดีเอส (ประเทศไทย) จำกัด</mark></strong></p>



<p style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.313), 18px);">HRDS (Thailand) Ltd.<br>สถาบันฝึกอบรมบุคลากรด้านการบริการโดยเฉพาะ<br>โทร. 02-869-1693 | 081-782-4546</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-19-servic-communication-styles/">Ep 19 : รูปแบบของการสื่อสาร (Styles)</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ep 18 : ความหมาย &#8220;การสื่อสารเชิงลูกค้าสัมพันธ์&#8221;</title>
		<link>https://hrdsthailand.co.th/ep-18-customer-service-communications/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nathan Stewart]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Dec 2023 02:22:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อบรมการบริการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hrdsthailand.co.th/?p=2764</guid>

					<description><![CDATA[<p>การศึกษาเรื่องการสื่อสารในอดีตนั้น เพียงมุ่งเน้นประเด็นไปที่ "ความเข้าใจ" ให้ตรงกันทั้งสองฝ่าย แต่สำหรับการบริการให้เป็นเลิศนั้น การสื่อสารให้ลูกค้าเกิด "ความเข้าใจ" เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ บุคลากรต้องสื่อสารให้ลูกค้าเกิดความรู้สึก "พึงพอใจ" ด้วย</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-18-customer-service-communications/">Ep 18 : ความหมาย &#8220;การสื่อสารเชิงลูกค้าสัมพันธ์&#8221;</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong><em>การสื่อสาร (Communication) มาจากคำในภาษาลาตินคือ “communicaire” ซึ่งมีความหมายว่า “แบ่งปัน (to share)” เป็นกระบวนการเพื่อส่งต่อ “ความหมาย (meaning)” จากบุคคลผู้หนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง ไปยังบุคคลอีกผู้หนึ่งหรืออีกกลุ่มหนึ่ง ด้วยสัญญาณ (sign) สัญลักษณ์ (symbol) และกฎเกณฑ์ในการใช้สัญญาณและสัญลักษณ์ที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน &#8211; Communication (from Latin communicare, meaning &#8220;to share&#8221;) is the act of conveying meanings from one entity or group to another through the use of mutually understood signs, symbols, and semiotic rules.</em></strong></p>
<cite><em><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Communication" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Wikipedia &#8211; The Free Encyclopedia</a></em></cite></blockquote>



<p>การศึกษาเรื่องการสื่อสารยุคก่อนนั้น มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในด้าน “ความเข้าใจ (understanding)” ของ “สาร (message)” ระหว่าง “ผู้ส่งสาร (sender)” และ “ผู้รับสาร (recipient)” ผ่าน “ช่องทาง (Channel)” ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งมี “อุปสรรค (barriers)” มากมายที่เป็นสาเหตุให้ทั้งสองฝ่ายอาจจะเกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องตรงกัน</p>



<p>กระบวนการสื่อสารเริ่มต้นจากการที่ผู้ส่งสาร (sender) ได้ทำการเข้ารหัส (encode) ข้อมูล (information) จากความคิดซึ่งเป็นคลื่นที่ซับซ้อนในสมองของตนให้เป็นข้อมูล (information) ลงไปใน “สาร (message)” จากนั้นจึงส่งผ่าน “ช่องทาง (Channel)” อย่างใดอย่างหนึ่ง ไปยัง “ผู้รับสาร (receiver)” ซึ่งจะต้องทำการ “ถอดรหัส (decode)” ให้เป็นความเข้าใจของตนเอง จากนั้น ผู้รับสารก็จะใช้กระบวนการเดียวกันเพื่อส่งข้อมูลตอบกลับ (Response หรือ Feedback) ตามแผนภาพต่อไปนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="908" height="309" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_18_CommunicationPrinciples01.webp" alt="การสื่อสารสองช่องทาง" class="wp-image-2766" srcset="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_18_CommunicationPrinciples01.webp 908w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_18_CommunicationPrinciples01-300x102.webp 300w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_18_CommunicationPrinciples01-768x261.webp 768w" sizes="(max-width: 908px) 100vw, 908px" /><figcaption class="wp-element-caption">Two-way Communications</figcaption></figure>



<p>เนื่องจากข้อมูลที่ต่างฝ่ายต่างได้รับจากกระบวนการสื่อสารนั้นอาจจะ “ตรง” หรือ “ไม่ตรง” กับความเข้าใจของอีกฝ่ายหนึ่งก็เป็นไปได้ ทั้งนี้มีสาเหตุจากปัจจัยหลายประการด้วยกัน ดังนั้นเพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เชี่ยวชาญจึงเสนอรูปแบบ “การสื่อสารแบบสองทาง (Two-way-Communication)” โดยแนะนำให้ผู้รับสารทำการเข้ารหัสและส่งสารกลับด้วยสำนวนของตนเองเพื่อให้ผู้ส่งสารตรวจสอบว่าตัวเองมีเข้าใจสารที่ได้รับมานั้นถูกต้องตามความตั้งใจของผู้ส่งสารหรือไม่</p>



<p>การสื่อสารมีบทบาทความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในโลกแห่งธุรกิจที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้การสื่อสารกับประชากรยุคใหม่นั้น การให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในด้าน “ความเข้าใจ (understanding) อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เนื่องจากประชากรยุคใหม่มีความรู้และความเข้าใจมากขึ้นในยุคที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าจนเอื้อให้ประชากรส่วนใหญ่บนโลกใบนี้สามารถเข้าถึงการศึกษาและข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ มากขึ้นและรวดเร็วขึ้น</p>



<p>ระดับการศึกษาที่สูงขึ้นประกอบกับความสามารถของเทคโนโลยีและสื่อสังคมในการกระจายข้อมูลข่าวสารไปได้อย่างรวดเร็วในวงกว้าง ส่งผลให้ประชากรในยุคดิจิทัลนี้ยึดติดกับ “ศักดิ์ศรีของตนเอง (self-esteem)” มากขึ้น เกิดความรู้สึกอ่อนไหวมาขึ้น (emotional) และมีความอดทนน้อยลง (ไม่ยอมอะไรง่าย ๆ) ดังนั้นการสื่อสารในยุคนี้จำเป็นต้องมุ่งเน้นประสิทธิภาพในด้าน “<a href="https://hrdsthailand.co.th/customer-satisfaction-evaluation/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความพึงพอใจ (Satisfaction)</a>” ของผู้รับสารทุกฝ่ายด้วย</p>



<p>โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการบริการซึ่ง “ลูกค้า” ถือเป็นผู้มีเกียรติและเป็นบุคคลสำคัญสำหรับทุก ๆ องค์กร อีกทั้งเป้าหมายของการบริการก็คือการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า การสื่อสารสำหรับงานบริการนั้นจึงมีความจำเป็นต้องมุ่งเน้นประสิทธิภาพ (efficiency) และประสิทธิผล (effectiveness) ด้าน “ความพึงพอใจ” เป็นหลักสำคัญ ไม่ใช่เพียงแค่กับ “ลูกค้า” เท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงความพึงพอใจของ “ผู้รับสารทุกฝ่าย” ที่ “มีส่วนได้ส่วนเสีย” เช่น ลูกค้ารายอื่นที่อยู่ร่วมด้วยในสถานการณ์บริการนั้น รวมถึงผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับสถานการณ์บริการนั้นเลย เช่น ผู้ที่สัญจรไปมาที่เผอิญมีโอกาสได้พบเห็นสถานการณ์บริการนั้นด้วย ดังจะเห็นได้จากภาพหรือคลิปมากมายที่ถูกส่งต่อกันไป (share) ในสื่อสังคม ซึ่งส่วนใหญ่นั้นมักจะเป็นภาพหรือคลิปที่ถูกบันทึกไว้โดยบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้น ๆ และส่งผลให้ผู้รับสารมากมายเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์โดยตรง ดังนั้น “การสื่อสารเชิงลูกค้าสัมพันธ์เพื่อการบริการ” จึงมีนิยมความหมายว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p><strong><em>ความสามารถในการถ่ายทอด ข้อมูล แนวทาง หรือ ความคิดเห็น แก่ลูกค้าหรือกลุ่มลูกค้าให้เกิดความเข้าใจและความพึงพอใจ</em></strong></p>



<p><strong><em>Ability to transmit information, ideas, thoughts to a customer or group of customers, to be satisfactorily understood.</em></strong></p>
</blockquote>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>พันธกิจ 2 มิติในการสื่อสาร</strong></h4>



<figure class="wp-block-image alignright size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="356" height="294" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2023/12/EP_18_CommunicationPrinciples02.webp" alt="ตัวอย่างการสื่อสารลูกค้าสัมพันธ์" class="wp-image-2779" srcset="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2023/12/EP_18_CommunicationPrinciples02.webp 356w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2023/12/EP_18_CommunicationPrinciples02-300x248.webp 300w" sizes="(max-width: 356px) 100vw, 356px" /><figcaption class="wp-element-caption">ตัวอย่างการสื่อสารลูกค้าสัมพันธ์</figcaption></figure>



<p>จากนิยมความหมายของ “การสื่อสารเชิงลูกค้าสัมพันธ์เพื่อการบริการ” องค์กรและผู้ให้บริการจึงมีภารกิจ 2 มิติในการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารระหว่างองค์กรกับลูกค้าผ่านสื่อทางการตลาดและการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เช่น ภาพยนตร์หรือภาพโปสเตอร์โฆษณา ใบปลิว แผ่นพับ ไปจนถึงป้ายประกาศขององค์กรที่ลูกค้าพบเห็นได้ รวมถึงการสื่อสารระหว่างบุคลากรขององค์กรกับลูกค้า รวมถึงการสื่อสารระหว่างบุคลากรด้วยกันเองในบริเวณที่ลูกค้าสามารถมองเห็นหรือได้ยินซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้ากลายเป็น “ผู้รับสาร” ไปด้วยโดยปริยาย  โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันซึ่งสื่อสังคม (Social Media) มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผู้บริโภคอย่างมหาศาล ดังนั้นการสื่อสารระหว่างองค์กรและลูกค้าในสื่อสังคมต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องอ่อนไหวที่องค์กรต้องคอยดูแลให้ความระมัดระวัง รวมไปถึงการสื่อสารกันเองระหว่างบุคลากรขององค์กรในสื่อสังคมที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องงานเช่นการ post ภาพหรือข้อความ รวมถึงการ comment ต่าง ๆ ของบุคลากรในโลกออนไลน์อย่างเช่น Facebook, Twitter และ Instagram ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นผู้รับสารในเครือข่ายเหล่านี้มีความอ่อนไหวและมีอิทธิพลที่ทรงพลังมาก ที่ผ่านมาก็มีตัวอย่างที่ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ขององค์กรให้เห็นอยู่หลายกรณีด้วยกัน </p>



<p>ในสถานการณ์ทั่วไป ระหว่างที่บุคลากรขององค์กรกำลังสื่อสารอยู่กับลูกค้าที่กำลังรับบริการอยู่ ซึ่งการสื่อสารกับลูกค้ารายนั้นมีอิทธิพลต่อความพึงพอใจของลูกค้ารายอื่น ๆ ที่กำลังรอรับบริการอยู่ด้วยในบริเวณเดียวกัน การสื่อสารที่สร้างความไม่พึงพอใจให้กับลูกค้ารายหนึ่ง จะส่งผลให้การบริการลูกค้ารายต่อ ๆ ให้เกิดความพึงพอใจนั้นเป็นไปได้ยากขึ้น เนื่องจากลูกค้าที่เห็นเหตุการณ์จะเกิดอคติต่อบุคลากรขององค์กรไปแล้ว ดังนั้นบุคลากรทุกคนจึงต้องสื่อสารให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจในทุกสถานการณ์</p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><a href="https://hrdsthailand.co.th/hrdsmastertrainer/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ณธาร สติวรรธน์</a></strong></p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-palette-color-2-color">บริษัท เอชอาร์ดีเอส (ประเทศไทย) จำกัด</mark></strong></p>



<p style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.313), 18px);">HRDS (Thailand) Ltd.<br>สถาบันฝึกอบรมบุคลากรด้านการบริการโดยเฉพาะ<br>โทร. 02-869-1693 | 081-782-4546</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-18-customer-service-communications/">Ep 18 : ความหมาย &#8220;การสื่อสารเชิงลูกค้าสัมพันธ์&#8221;</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ep 17 : คุณลักษณะของบริการที่ดี</title>
		<link>https://hrdsthailand.co.th/attribute-of-good-service/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nathan Stewart]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Nov 2023 12:28:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อบรมการบริการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hrdsthailand.co.th/?p=2747</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรานำคุณลักษณะบางส่วนของ RATER มากำหนดเป็นคุณลักษณะของบริการที่ดีซึ่งลูกค้าจะสัมผัสรับรู้ได้จาก "บุคลากรผู้ให้บริการ"  โดยนำมาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องและอยู่ในขอบเขตที่บุคลากรผู้ให้บริการสามารถพัฒนาตนเองได้โดยไม่ต้องอาศัยงบประมาณขององค์กรหรือการตัดสินใจอนุมัติจากฝ่ายบริหาร </p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/attribute-of-good-service/">Ep 17 : คุณลักษณะของบริการที่ดี</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เราได้เข้าใจถึงคุณลักษณะ 5 มิติของคุณภาพการบริการ หรือ RATER ซึ่งเป้นมิติที่ใช้สำหรับประเมินคุณภาพการบริการใน <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/SERVQUAL" target="_blank" rel="noreferrer noopener">SERVQUAL</a> ไปแล้วในบทความที่แล้วคือ <a href="https://hrdsthailand.co.th/organizational-service-quality/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">EP 16 : คุณภาพบริการขององค์กร</a> </p>



<p>RATER ประกอบด้วยคุณลักษณะที่เกิดจากสองส่วนคือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>การบริหารจัดการขององค์กร</li>



<li>บุคลากรผู้ให้บริการ</li>
</ol>



<figure class="wp-block-image alignright size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="283" height="282" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_17_ServiceAttribute01.webp" alt="คูณลักษณะของบริการที่ดี" class="wp-image-2749" srcset="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_17_ServiceAttribute01.webp 283w, https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_17_ServiceAttribute01-150x150.webp 150w" sizes="(max-width: 283px) 100vw, 283px" /><figcaption class="wp-element-caption">คูณลักษณะของบริการที่ดี</figcaption></figure>



<p>ดังนั้น ในบทความนี้เราจะนำคุณลักษณะบางส่วนของ RATER มากำหนดเป็นคุณลักษณะของบริการที่ดีซึ่งลูกค้าจะสัมผัสรับรู้ได้จาก &#8220;บุคลากรผู้ให้บริการ&#8221;  โดยนำมาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องและอยู่ในขอบเขตที่บุคลากรผู้ให้บริการสามารถพัฒนาตนเองได้โดยไม่ต้องอาศัยงบประมาณขององค์กรหรือการตัดสินใจอนุมัติจากฝ่ายบริหาร โดยที่เราได้กำหนดในรูปแบบของคุณลักษณะ 3 มิติที่ลูกค้าคาดหวังจากบุคลากรผู้ให้บริการ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>Courtesy &#8211; มารยาท</li>



<li>Commitment &#8211; ความกระตือรือร้น</li>



<li>Competence &#8211; ความสามารถ</li>
</ol>



<h4 class="wp-block-heading">Courtesy | มารยาท</h4>



<p>Courtesy ถ้าแปลเป็นภาษาไทยแบบตรงตัวทั่วไปก็คือ &#8220;ความสุภาพ&#8221; แต่ก็มีการแปลความหมายในพจนานุกรมว่า &#8220;<a href="https://dict.longdo.com/search/courtesy" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความมีมารยาท</a>&#8221; ซึ่งเป็นความหมายที่น่าจะครอบคลุมกว่า ดังนั้นจึงขอใช้คำว่า &#8220;มารยาท&#8221; ในบทเรียนเรื่องบริการของเรา </p>



<p><a href="https://dictionary.orst.go.th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ปี พ.ศ. 2554</a> ให้ความหมายภาษาไทยของคำว่า &#8220;มารยาท&#8221; ไว้ว่า </p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>มารยาท<br>[-ระยาด]&nbsp;น.&nbsp;มรรยาท, กิริยาวาจาที่ถือว่าสุภาพเรียบร้อยถูกกาลเทศะ. (ส. มรฺยาทา; ป. มริยาท).</p>
</blockquote>



<p>&#8220;กาลเทศะ ใน <a href="https://dictionary.orst.go.th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ปี พ.ศ. 2554</a> หมายถึง </p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">(๑) &nbsp;[กาละ-]&nbsp;น.&nbsp;เวลาและสถานที่ (ส.).<br>(๒) น.&nbsp;ความควรไม่ควร. (ส.).</p>



<p>เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า มารยาทที่ดี เป็นสิ่งที่ลูกค้าทุกคนคาดหวังจากบุคลากรของทุกองค์กรที่ลูกค้าได้สัมผัส  โดยเฉพาะลูกค้าชาวไทยซึ่งถือว่ามารยาทเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรได้รับการปลูกฝังอบรมมาตั้งแต่เด็ก บุคลากรที่ลูกค้า &#8220;ได้สัมผัส&#8221; นั้นมิได้หมายถึงเฉพาะบุคลากรที่ลูกค้าต้องติดต่อสื่อสารด้วยเท่านั้น บุคลากรที่เดินผ่านขณะที่ลูกค้านั่งอยู่ หรือบุคลากรที่ยืนคุยกันในบริเวณที่ลูกค้ามองเห็นได้ ก็ถูกคาดหวังให้มี &#8220;กิริยวาจาที่ถือว่าสุภาพเรียบร้อย&#8221; นั่นหมายความ &#8220;บุคลากรทุกคน&#8221; ในองค์กรต้องแสดง &#8220;กิริยาวาจาที่ถือว่าสุภาพเรียบร้อยถูกกาลเทศะ&#8221; กล่าวคือ บุคลากรทุกคนในองค์กรต้องแสดงพฤติกรรมที่ถูกต้องเหมาะสมกับเวลา สถานที่ และสถานการณ์  </p>



<p>มารยาท เป็นการ &#8220;<em><strong>แสดงพฤติกรรมที่ถูกต้องเหมาะสม</strong></em>&#8221; มิใช่ &#8220;<strong><em>พฤติกรรมตามธรรมชาติและความเคยชิน</em></strong>&#8221; บุคลากรที่ปฏิบัติงานอยู่ในห้องครัวซึ่งลูกค้าไม่สามารถสัมผัสได้นั้นจะพูดคุยกันด้วยกิริยาวาจาอย่างไรก็ได้ แต่หากบุคลากรเหล่านั้นจะต้องเดินหรือผ่านมายังบริเวณ (สถานที่) ซึ่งลูกค้าสามารถพบเห็นได้ ก็จำเป็นต้อง &#8220;แสดง&#8221; กิริยาวาจาที่ถือว่าสุภาพเรียบร้อย</p>



<p><strong>“มารยาท” </strong>ในการให้บริการ<strong> </strong>จึงหมายถึง “<strong>การกระทำ | พฤติกรรมของบุคลากร</strong>” ที่บ่งบอกถึงความสุภาพเรียบร้อยในขณะที่ลูกค้าสัมผัสได้ เช่น มารยาทในการแต่งกาย มารยาทในการต้อนรับและทักทาย มารยาทในการสนทนากับลูกค้า ตลอดจนมารยาทต่อเพื่อนร่วมงานในบริเวณหรือสถานการณ์ที่ลูกค้าสามารถพบเห็นได้</p>



<p>ลูกค้าถือเป็นผู้มีเกียรติสำหรับองค์กรและบุคลากรทุกคน ลูกค้ามิใช่บุคคลที่บุคลากรจะ “เป็นกันเอง” ได้ ผู้ที่สามารถเป็นกันเองกับผู้อื่นได้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีสถานภาพทางสังคมสูงกว่าอีกฝ่ายหนึ่งเสมอ ดังนั้นการเป็นกันเองกับลูกค้าจึงถือเป็นการไม่มีมารยาทในการให้บริการ บุคลากรทุกระดับและทุกคนในองค์กรต้องปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความยกย่องให้เกียรติอยู่เสมอ</p>



<p>องค์ประกอบด้านมารยาทในการให้บริการนี้ สามารถแบ่งย่อยออกเป็นได้ 2 ส่วนคือ</p>



<h5 class="wp-block-heading" style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--60);padding-left:var(--wp--preset--spacing--60)"><strong>มารยาททั่วไปอันพึงประสงค์</strong></h5>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หมายถึงมารยาทอันดีงามทั่วไป เช่นการแสดงออกทางสีหน้า กริยาท่าทาง รวมถึงการใช้วาจาและน้ำเสียงที่ให้เกียรติ ให้ความเคารพต่อลูกค้าอยู่เสมอ <strong>&nbsp;</strong></p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; บุคลากรผู้ให้บริการลูกค้ารวมถึงบุคลากรอื่น ๆ ที่เผอิญต้องปรากฎกายให้ลูกค้าพบเห็นได้นั้นจำเป็นต้องระวังพฤติกรรมของตนอยู่เสมอ ทุกครั้งปรากฎกายอยู่ในสถานที่ซึ่งลูกค้าสามารถมองเห็นหรือได้ยินเสียง บุคลากรจะต้องแสดงพฤติกรรมอันพึงประสงค์ และหลีกเลี่ยงการกระทำหรือพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์เช่น แสดงสีหน้าเฉยเมยเมื่อสบตากับลูกค้า พูดจาไม่มีหางเสียง แสดงอาการให้ลูกค้ารู้สึกว่าไม่อยากสนทนาด้วย (ถามคำตอบคำ) ใช้วาจาไม่สุภาพหรือไม่ให้เกียรติลูกค้า ตลอดจนไปถึงการพูดคุยเล่นกันเองในหมู่พนักงานซึ่งลูกค้ามองเห็นได้ ในองค์กรบางพนักงานสนทนากันเองด้วยวาจาไม่สุภาพในขณะที่ลูกค้าได้ยินหรืออยู่ในบริเวณนั้น ก็ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เช่นกัน</p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มารยาทอันพึงประสงค์นี้ยังรวมถึงการสำรวมกิริยาท่าทางของตนเองทุกครั้งเมื่ออยู่ในบริเวณที่ลูกค้าสามารถมองเห็นได้ เช่นท่าทางการเดิน การยืน การนั่ง เป็นต้น &nbsp;</p>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มารยาทที่พึงประสงค์นี้ เป็น การกระทำหรือพฤติกรรมที่สามารถเกิดขึ้นได้จากบุคลากรซึ่งมีหน้าที่ดูแลลูกค้าหรือปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณที่จัดไว้สำหรับลูกค้า และบุคลากรซึ่งไม่มีหน้าที่ดูแลลูกค้าแต่เข้ามาปรากฎตัวให้ลูกค้าได้พบเห็นในบริเวณของลูกค้าโดยได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับอนุญาตก็ตาม</p>



<h5 class="wp-block-heading" style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--60);padding-left:var(--wp--preset--spacing--60)"><strong><strong>มารยาทที่ลูกค้าคาดหวังตามสถานการณ์</strong></strong></h5>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มนุษย์ส่วนใหญ่เมื่อรู้สึกอย่างไรก็มักจะคาดหวังให้คนรอบข้างรู้สึกเช่นนั้นตามไปด้วย เช่น เมื่อได้รับข่าวดีก็คาดหวังให้คนอื่น ๆ รอบข้างรู้สึกยินดีไปด้วย และเมื่อมีปัญหาหรือได้รับข่าวร้ายก็คาดหวังให้ผู้อื่นรู้สึกเสียใจไปด้วย ดังนั้น บุคลากรที่มีหน้าที่ติดต่อกับลูกค้าจึงไม่ได้สามารถแสดงพฤติกรรมร่าเริง หรือ ยิ้มแย้มแจ่มใสได้ตลอดเวลา บุคลากรต้องตระหนักว่าเมื่อใดควรแสดงพฤติกรรมอย่างไรให้ถูกต้องตามกาละเทศะ เช่น</p>



<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li>เมื่อลูกค้าแจ้งข่าวดีของเขาให้ทราบ บุคลากรก็ต้องแสดงออกซึ่งความยินดีไปกับลูกค้าด้วย</li>
<li>เมื่อลูกค้าประสบปัญหาและวิตกกังวล บุคลากรก็ต้องแสดงออกซึ่งแสดงอาการกังวลไปกับลูกค้า</li>
<li>เมื่อลูกค้ากำลังเร่งรีบ รีบร้อน ต้องการด่วน บุคลากรก็ต้องแสดงอาการรีบเร่ง กระตือรือร้นไปกับความรีบด่วนของลูกค้า</li>
<li>เมื่อลูกค้าไม่พอใจในสินค้าหรือบริการขององค์กร บุคลากรก็ต้องแสดงสีหน้ารู้สึกผิดและไม่สบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกค้า&nbsp;</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--70);padding-left:var(--wp--preset--spacing--70)">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การแสดงมารยาทที่คาดหวังตามอารมณ์นี้ เป็นการแสดงออกซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าได้รับรู้ถึงมิติคุณภาพบริการแห่ง &#8220;<a href="https://hrdsthailand.co.th/organizational-service-quality/#Empathy" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความใส่ใจ | Empathy</a>&#8221; และ &#8220;<a href="https://hrdsthailand.co.th/organizational-service-quality/#Responsiveness" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความกระตือรือร้น | Resposiveness</a>&#8221;  ของ <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/SERVQUAL" target="_blank" rel="noreferrer noopener">SERVQUAL</a></p>



<h4 class="wp-block-heading">Commitment | ความมุ่งมั่นในการให้บริการ</h4>



<p>ลูกค้าทุกคนคาดหวังว่าบุคลากรขององค์กรจะต้องให้ความสำคัญกับปัญหาและความต้องการของเขา ทำให้ปัจจุบันนี้แทบทุกองค์กรจะต้องมีแนวคิด &#8220;<strong>ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง | Customer Centric</strong>&#8221; เป็นปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ  บุคลากรต้องให้ความสำคัญกับปัญหา ความไม่สะดวก และความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม เพื่อแสดงให้ลูกค้ารับรู้ได้ว่า องค์กรมีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการเขาอย่างเต็มที่เพื่อให้เขาเกิดความพึงพอใจสูงสุด การแสดงออกให้ลูกค้าได้รับรู้ถึง &#8220;ความมุ่งมั่นนั้น&#8221; เกิดขึ้นจากสีหน้าท่าทางที่ยินดี และกระตือรือร้นกับสถานการณ์ต่าง ๆ ของลูกค้า เช่น</p>



<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li>ให้การต้อนรับและทักทายลูกค้าทันทีที่เขามาถึงองค์กร</li>
<li>แสดงอาการกระตือรือร้นกับความต้องการของเขาและสนองตอบอย่างรวดเร็ว</li>
<li>ตอบคำถามของลูกค้าโดยละเอียด (ไม่ใช่ถามคำ ตอบคำ)</li>
<li>ให้คำแนะนำโดยที่ไม่ต้องรอให้ลูกค้าสอบถาม</li>
<li>แสวงหาโอกาสอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าโดยที่ลูกค้าไม่ต้องร้องขอ</li>
</ul>
</li>
</ul>



<p>คุณลักษณะด้าน Commitment นี้ จะช่วยสร้าง Perception  ได้เกือบทั้ง 5 มิติใน  <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/SERVQUAL" target="_blank" rel="noreferrer noopener">SERVQUAL</a> </p>



<h4 class="wp-block-heading">Competence | ความสามารถในการให้บริการ</h4>



<p><strong>“ความสามารถ” </strong>ในการให้บริการ<strong> </strong>หมายถึง “<strong>การกระทำ </strong>| <strong>พฤติกรรม</strong>” ในการ “ดูแลลูกค้า” (Customer Care) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด</p>



<p>ในงานบริการนั้น “คุณภาพ” ของบริการ ขึ้นอยู่กับความสามารถ (Competence) หรือ ประสิทธิภาพของบุคลากรในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าเป็นสำคัญ หมายความว่า ไม่ว่าองค์กรจะส่งมอบ “ผลงาน” ที่มีคุณภาพดีแค่ไหน แต่หาก “กระบวนการส่งมอบ” นั้น ไม่ได้ประสิทธิภาพ ลูกค้าก็จะไม่ประเมินว่าองค์กรให้บริการที่ดี เช่น</p>



<p>ร้านอาหารที่พ่อครัวสามารถทำอาหารได้อร่อยมาก แต่หากลูกค้าต้องรออาหารนานเพราะพนักงานปล่อยให้ลูกค้านั่งรออยู่นานกว่าจะมาถามว่าต้องการอาหารรายการใด หรือ พนักงานลืมสั่งอาหาร/ลืมส่งใบสั่งอาหารเข้าไปในครัว หรือพ่อครัวลืมทำให้/ทำให้ช้า จึงเป็นเหตุให้ลูกค้าซึ่งมาทีหลังได้รับอาหารก่อนลูกค้าที่มาก่อน ก็จะเป็นสาเหตุทำให้ลูกค้าประเมินว่า “บริการไม่ดี” ตรงกันข้าม หากพนักงานดูแลเอาใจใส่ลูกค้า เข้าไปทักทายลูกค้าทันทีที่ลูกค้าเดินเข้าประตูมา เชิญลูกค้าไปนั่ง และยืนรอเพื่อให้ลูกค้าสั่งได้อาหารทันที ลูกค้าทำช้อนหล่นก็รีบเข้าไปเก็บให้และนำช้อนใหม่มาให้โดยที่ไม่ต้องให้ลูกค้าเรียก/บอก เมื่อลูกค้าทำท่ามองหา พนักงานก็รีบเข้าไปสอบถามความประสงค์ทันที และนำเครื่องดื่ม/อาหารมาบริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อลูกค้าได้รับประทานอาหารไปแล้วและลูกค้ารู้สึกว่าอาหารไม่อร่อย ในกรณีนี้ลูกค้าจะรู้สึกว่า “บริการดี” แต่ “อาหารไม่อร่อย”</p>



<p>องค์ประกอบด้าน <strong>“ความสามารถ” </strong>&nbsp;หรือ<strong> “ประสิทธิภาพ” </strong>&nbsp;นี้จึงเกิดจาก <strong>ความรู้</strong> <strong>ทักษะ </strong>และ <strong>ความเชียวชาญ</strong> รวมถึง “<strong>พฤติกรรมในการดูแลลูกค้า</strong>” และ “<strong>พฤติกรรมในการส่งมอบผลงาน</strong>” ของบุคลากรทั้ง 2 ส่วน คือส่วนที่มีหน้าที่ติดต่อลูกค้า และส่วนปฏิบัติการเบื้องหลังการบริการ </p>



<p>Competence เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ลูกค้ารับรู้ได้ถึงคุณภาพด้าน &#8220;<a href="https://hrdsthailand.co.th/organizational-service-quality/#Reliablity" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Reliablity | เชื่อถือไว้วางใจได้</a>&#8221;  &#8220;<a href="https://hrdsthailand.co.th/organizational-service-quality/#Assurance" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Assurance | มั่นใจได้</a>&#8221; และ &#8220;<a href="https://hrdsthailand.co.th/organizational-service-quality/#Tangibles" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Tangibles | สัมผัสรับรู้ได้</a>&#8221; ใน <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/SERVQUAL" target="_blank" rel="noreferrer noopener">SERVQUAL</a></p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><a href="https://hrdsthailand.co.th/hrdsmastertrainer/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ณธาร สติวรรธน์</a></strong></p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-palette-color-2-color">บริษัท เอชอาร์ดีเอส (ประเทศไทย) จำกัด</mark></strong></p>



<p style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.313), 18px);">HRDS (Thailand) Ltd.<br>สถาบันฝึกอบรมบุคลากรด้านการบริการโดยเฉพาะ<br>โทร. 02-869-1693 | 081-782-4546</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/attribute-of-good-service/">Ep 17 : คุณลักษณะของบริการที่ดี</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ep 16 : คุณภาพบริการขององค์กร</title>
		<link>https://hrdsthailand.co.th/organizational-service-quality/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nathan Stewart]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Nov 2023 06:42:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อบรมการบริการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://hrdsthailand.co.th/?p=2730</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความคาดหวังของลูกค้าเกิดขึ้นจากปัจจัยภายในของลูกค้าเองและปัจจัยภายนอกอีกหลายประการ เช่น คำบอกเล่าจากผู้มีประสบการณ์ หรือข้อมูลที่ลูกค้าได้รับจากบุคลากรขององค์กรและกิจกรรมสื่อสารการตลาดขององค์กร  ซึ่งเป็นเสมือน "สัญญา &#124; promise" ที่องค์กรได้ให้ไว้กับลูกค้า</p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/organizational-service-quality/">Ep 16 : คุณภาพบริการขององค์กร</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>การที่ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง นั่นหมายถึงว่าลูกค้ามี &#8220;<a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-14-more-about-customer-perception/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความรู้สึกรับรู้ | Perception</a>&#8221; ว่าจะได้รับผลิตภัณฑ์และการดูแลที่ดีจากองค์กรนั้น เราเรียก &#8220;<a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-14-more-about-customer-perception/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความรู้สึกรับรู้ | Perception</a>&#8221; เกี่ยวกับบริการขององค์กรก่อนที่ลูกค้าจะได้สัมผัสหรือมีประสบการณ์ในการใช้บริการจริง ๆ นี้ว่า &#8220;<strong>ความคาดหวัง | Expectation</strong>&#8221;  </p>



<p><strong>ความคาดหวัง | Expectation</strong> ของลูกค้านั้น นอกจากจะเกิดขึ้นจากปัจจัยภายในของลูกค้าเองตามที่ได้อธิบายไว้ใน <a href="https://hrdsthailand.co.th/understanding-customer-expecations/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">EP 9 : ความคาดหวังของลูกค้า </a> แล้ว ยังเกิดจากปัจจัยภายนอกอีกหลายประการ เช่น คำบอกเล่าจากผู้มีประสบการณ์ หรือข้อมูลที่ลูกค้าได้รับจากบุคลากรขององค์กรและกิจกรรมสื่อสารการตลาดขององค์กร (Marketing Communications) ซึ่งเป็นเสมือน &#8220;สัญญา | promise&#8221; ที่องค์กรได้ให้ไว้กับลูกค้าในขณะที่กำลัง &#8220;<a href="https://hrdsthailand.co.th/service-training-with-nathan-ep2/#phase2" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ค้นหาข้อมูล</a>&#8221; ระหว่าง <a href="https://hrdsthailand.co.th/service-training-with-nathan-ep2/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">กระบวนการตัดสินใจซื้อ</a>  ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ประกอบกันจนทำให้ลูกค้าคาดหวัง (Expect) ว่าจะได้รับผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพจากองค์กร จึงได้ตัดสินใจซื้อ</p>



<p>ตราบจนเมื่อลูกค้าได้ &#8220;<a href="https://hrdsthailand.co.th/service-training-with-nathan-ep2/#phase4" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ทำการซื้อ | Make Purchase</a>&#8221; ลูกค้าจึงจะมีโอกาสได้สัมผัสและได้รับประสบการณ์จริงจากผลิตภัณฑ์และการดูแลขององค์กร และโดยอัตโนมัติ ลูกค้าจะเปรียบเทียบ &#8220;<a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-14-more-about-customer-perception/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความรู้สึกรับรู้ | Perception</a>&#8221; จากการได้สัมผัสและได้รับประสบการณ์จริง กับ &#8220;<a href="https://hrdsthailand.co.th/understanding-customer-expecations/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความคาดหวัง | Expectation</a>&#8221; และนั่นคือที่มาของ &#8220;ระดับคุณภาพการบริการขององค์กร&#8221; ซึ่งเป็น <a href="https://hrdsthailand.co.th/gap-model-of-service-quality-gap-5/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Gap ที่ 5</a> ซึ่งองค์กรจะต้องบริหารจัดการ</p>



<figure class="wp-block-image alignleft size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="248" height="267" src="https://hrdsthailand.co.th/wp-content/uploads/2024/01/EP_16_Servqual01.webp" alt="SERVQUAL" class="wp-image-2733"/><figcaption class="wp-element-caption">SERVQUAL</figcaption></figure>



<p><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Valarie_Zeithaml" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Professor Dr. Valarie Zeithaml</a>&nbsp;และคณะได้พัฒนาแบบสอบถาม 5 มิติขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1985 เรียกว่า <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/SERVQUAL" target="_blank" rel="noreferrer noopener">SERVQUAL</a> (Service Quality) เป็นแบบสอบถาม 22 ข้อเพื่อให้ลูกค้าเปรียบเทียบ <a href="https://hrdsthailand.co.th/understanding-customer-expecations/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความคาดหวัง | Expectation</a> กับ <a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-14-more-about-customer-perception/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความรู้สึกรับรู้ | Perception</a> ในการได้รับบริการจริงขององค์กร โดยมีวัตถุประสงค์ในการประเมินระดับคุณภาพบริการขององค์กรเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับบริหารจัดการ <a href="https://hrdsthailand.co.th/gap-model-of-service-quality-gap-5/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Gap ที่ 5</a> ใน <a href="https://hrdsthailand.co.th/gap-model-of-service-quality/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Gap Model of Service Quality</a> </p>



<p>แบบสอบถามดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ซึ่งมีความซับซ้อนระดับหนึ่ง เราจึงไม่อธิบายถึงรายละเอียดของแบบสอบถามในบทความนี้ แต่จะทำความเข้าใจปัจจัยส่งเสริมคุณภาพบริการทั้ง 5 มิติ ของ <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/SERVQUAL" target="_blank" rel="noreferrer noopener">SERVQUAL</a> หรือ <strong>RATER</strong> ซึ่งเป็นคำที่ประกอบกันขึ้นจากอักษรตัวแรกของมิติทั้ง 5 </p>



<h4 class="wp-block-heading" id="Reliablity">Reliablity | เชื่อถือไว้วางใจได้</h4>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">Reliability คือความเชื่อถือไว้วางใจได้ เป็นคุณภาพด้านความสามารถขององค์กรในการส่งมอบบริการให้ลูกค้าได้ตรงตามความคาดหวังของลูกค้าทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ เช่น ลูกค้าในร้านอาหารคาดหวังว่าอาหารจะอร่อย ปริมาณคุ้มค่าคุ้มราคา และลูกค้าไม่ต้องรออาหารนานหลังจากที่ได้สั่งอาหารไปแล้ว  ซึ่งจำเป็นต้องมีความสม่ำเสมอ กล่าวคือไม่ว่าลูกค้าจะมากี่ครั้งก็จะได้รับผลิตภัณฑ์และการบริการในระดับเดียวกันหรือในระดับที่ดีกว่าทุก ๆ ครั้งไป</p>



<h4 class="wp-block-heading" id="Assurance">Assurance | มั่นใจได้</h4>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">Assurance เป็น  <a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-14-more-about-customer-perception/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความรู้สึกรับรู้ | Perception</a> ของลูกค้าที่มีต่อบุคลากรขององค์กรที่สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ว่ามีความสามารถ (Competence) และความเต็มใจ (Commitment) ในการบริการให้ได้ตรงตามที่คาดหวัง  <a href="https://hrdsthailand.co.th/ep-14-more-about-customer-perception/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความรู้สึกรับรู้ | Perception</a> ในส่วนนี้เกิดจากบุคลิกภาพ มารยาท ความรู้และทักษะของบุคลากรที่ลูกค้าสัมผัสรับรู้ได้ในระหว่างการสื่อสารและตอบคำถาม รวมไปถึงความสามารถและความกระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น </p>



<h4 class="wp-block-heading" id="Tangibles">Tangibles | สัมผัสรับรู้ได้</h4>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">บริการคือ &#8220;การกระทำ&#8221; หรือ &#8220;ผลงาน&#8221; ซึ่งมี &#8220;การกระทำเบื้องหลัง&#8221; ซึ่งลูกค้าอาจจะไม่สามารถสัมผัสได้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกค้าสัมผัสได้เชิงกายภาพตั้งแต่ก่อนซื้อ ระหว่างซื้อ และหลังการซื้อนั้น เป็นปัจจัยสร้าง &#8220;ความรู้สึกรับรู้ | Perception&#8221; ของลูกค้า ตัวอย่างเช่น ปัจจัยที่จะทำให้ลูกค้าในร้านอาหารรับรู้ (perceive) ได้ว่า อาหารที่นำมาบริการนั้น อร่อย สะอาด ถูกหลักอนามัย ตั้งแต่ยังก่อนสั่งอาหาร คือ ความสะอาดของสถานที่ โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องแบบพนักงาน กลิ่นต่าง ๆ ที่ลูกค้าได้รับ รวมไปถึงปฏิกริยาของลูกค้าอื่น ๆ ที่กำลังรับประทานอาหารอยู่ และเมื่อลูกค้าได้รับอาหารแล้ว ก่อนที่จะลงมือรับประทาน สิ่งที่จะบ่งบอกถึงความสะอาดและรสชาติ ความสะอาดของภาชนะที่ใส่อาหารมา รูปร่างหน้าตาของอาหาร และปราศจากสิ่งปนเปื้อนมาในอาหาร (ซึ่งอาหารเป็นผลงานจาก &#8220;การกระทำเบื้องหลัง&#8221; ที่ลูกค้าไม่สามารถสัมผัสได้)</p>



<h4 class="wp-block-heading" id="Empathy">Empathy | ใส่ใจ</h4>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">ลูกค้า รับรู้ถึง &#8220;ความใส่ใจ | Empathy&#8221; ขององค์กรได้จาก นโยบาย กระบวนการและสิ่งต่าง ๆ ที่ออกแบบไว้โดยคำนึงถึงความสะดวกของลูกค้าเป็นอันดับแรก และเอื้อต่อความประสงค์ที่อาจจะแตกต่างออกไป  </p>



<h4 class="wp-block-heading" id="Responsiveness">Responsiveness | กระตือรือร้น</h4>



<p style="padding-right:var(--wp--preset--spacing--50);padding-left:var(--wp--preset--spacing--50)">หมายถึงความเต็มใจและความกระตือรือร้นของบุคลากรในการให้บริการและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้กับลูกค้า</p>



<p>RATER นี้ ถือได้ว่าเป็นคุณลักษณะของการบริการที่ลูกค้าคาดหวังจากองค์กร ซึ่งผู้บริหารจำเป็นต้องทำความเข้าใจและนำไปพัฒนาคุณภาพการบริการขององค์กรให้ตรงกับความคาดหวังของลูกค้า และ RATER นี้จะเป็นแนวคิดพื้นฐานให้เรานำบางส่วนที่เกี่ยวข้องไปใช้ในการกำหนดคุณลักษณะที่ดีที่ลูกค้าคาดหวังจาก &#8220;บุคลากรผู้ให้บริการ&#8221; เพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนา &#8220;บุคลากร&#8221; ต่อไป</p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><a href="https://hrdsthailand.co.th/hrdsmastertrainer/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ณธาร สติวรรธน์</a></strong></p>



<p style="margin-top:0;margin-bottom:0;font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.469), 20px);"><strong><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-palette-color-2-color">บริษัท เอชอาร์ดีเอส (ประเทศไทย) จำกัด</mark></strong></p>



<p style="font-size:clamp(14px, 0.875rem + ((1vw - 3.2px) * 0.313), 18px);">HRDS (Thailand) Ltd.<br>สถาบันฝึกอบรมบุคลากรด้านการบริการโดยเฉพาะ<br>โทร. 02-869-1693 | 081-782-4546</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://hrdsthailand.co.th/organizational-service-quality/">Ep 16 : คุณภาพบริการขององค์กร</a> appeared first on <a href="https://hrdsthailand.co.th">HRDS (Thailand) Ltd.</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
